” อโรคยา ปรมาลาภา การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ” หลายท่านคงจะเคยได้ยินประโยคนี้ซึ่งก็เป็นที่จริงแท้ เพราะถ้าหากเราเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หายขึ้นมา ถึงมีเงินก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่หมออาจจะช่วยได้ บรมครูแพทย์แผนโบราณของหมอตั้งแต่สมัยพุทธกาลที่ต้องยกให้ หมอชีวกโกมารภัจจ์

ปัจจุบันนี้โรคระบาดได้อุบัติเกิดขึ้นใหม่ทุกวัน โดยเฉพาะไวรัสร้ายอย่างโควิด-19 ถ้าได้ติดตามข่าวจะเห็นว่าในประเทศอินเดียเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะเจอวิกฤติไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดหนักอยู่ แถมโรคราดำ ที่พาคนเสียชวิตหนักเข้าไปอีก แว่ว ๆ มาทางประเทศจีนเจอโรคไข้หวัดนก H10N3 เข้าไปอีกด้วย

ส่วนในประเทศไทยนั้น ตอนนี้หลายหน่วยก็ได้มีการระดุมกำลังทุกภาคส่วนในการควบคุมและป้องกันการระบาดของไวรัสดควิด-19 ไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้า ที่ได้มีการสวดไล่โควิด-19 นี้ด้วย หลายคนอาจจะไม่เชื่อ และเห็นเป็นเรื่องขำขัน แต่อย่าได้ดูถูกดูแคลนไป เพราะการสวดมนต์ไล่โรดระบาดนั้นมีมาแต่ครั้งโบราณกาลแล้ว เหมือนกับว่าเมื่อโรคไม่หยุดหากคนสบายใจก็พอช่วย ๆ กันได้

สำหรับความเชื่อ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ของคนนั้น หากเราศรัทธาท่านปู่ชีวก ท่านจะช่วยให้รอดพ้นจากโรคทั้งปวง ไม่ป่วยไข้ ดังนั้น ตรวจหวย จะพาทุกท่านไปรู้จกปู่ชีวก พร้อมกับมาคาถาบูชามาฝากอีกด้วย

หมอชีวกโกมารภัจจ์ คือใคร

ต้องบอกกันก่อนเลยว่า หมอชีวกโกมารภัจจ์ มีตัวตนจริงในสมัยพุทธกาลครั้งที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนชีพอยู่ ประวัติหมอชีวกโกมารภัจจ์ ได้มีบันทึกอยู่ในพระไตรปิฎก และคัมภีร์อรรถกถา ท่านเป็นบุตรของ นางสาลวดี ซึ่งเป็นนางบำเรอชั้นสูงอยู่ที่เมืองราชคฤห์ ซึ่งการเกิดของท่านเป็นเรื่องบังเอิญที่มารดาได้ท้องขึ้นมา

ปู่ชีวกกราบพระพุทธเจ้า

เมื่อคลอดออกมา ผู้เป็นแม่ได้ให้สาวใช้นำไปทิ้งที่กองขยะ แต่เจ้าชายอภัยพรโอรสของเจ้าเมืองมคธ ได้เสด็จผ่านมาเจอเข้าจึงได้นำกลับไปที่วัง ด้วยเพราะยังมีชีวิตรอดพ้นมาได้เด็กน้อยจึงได้ชื่อว่า ชีวก (หมายถึง ยังมีชีวิต) และด้วยเจ้าชายอภัยพร ทรงรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมทำให้คนทั่วไปเรียกว่า โกมารภัจจ์ (หมายถึง ที่พระกุมารทรงเลี้ยงไว้) จึงได้เรียกรวมกันว่า ชีวกโกมารภัจจ์

แม้ท่านจะถูกเลี้ยงดูจากเจ้าชยเป็นอย่างดี แต่ชีวิตกลับไม่ได้ราบรื่น เพราะท่านถูกล้อเลียนเป็นลูกไม่มีพ่อตั้งแต่เด็ก ทำให้พอโตขึ้นหนีเจ้าชายอภัยพร ไปเรียนหมอที่เมืองตักศิลา โดยเลือกเรียนวิชาแพทย์ แต่เพราะไม่มีเงินค่าเล่าเรียน จึงขอรับใช้อาจารย์แทนค่าเล่าเรียน

ท่านเรียนอยู่นานถึง 7 ปี จึงลากลับมาที่เมืองมคธ เมื่อมาถึงท่านได้รักษาพระเจ้าพิมพิสารจากอาการโรคริดสีดวงทวารให้หายขาด จากนั้นจึงได้รับพระราชทานรางวัลมากมาย

และยังได้แต่งตั้งให้เป็นแพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้าและสงฆ์ทั้งหมด เนื่องด้วย หมอชีวกโกมารภัจจ์ ได้ทำคุณาประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังเป็นที่รักของคนทั่วไป เพราะท่านช่วยเหลือทุกคนโดยไม่เลือกว่าจะจนหรือรวย มีฐานะอย่างไร จึงทำให้พระพุทธเจ้าทรงยกให้เป็น เอตทัคคะ ผู้เลิศกว่าอุบาสกทั้งปวงในทาง “เป็นที่รักของปวงชน” หมอชีวก ได้ใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตในการรักษาคนไข้

คาถาปู่ชีวก

สำหรับผู้ที่นับถือปู่ชีวกโดยทั่วไป หรือขอพรจากท่านไม่จำเป็นต้องมีของบูชาอะไรมากมายนอกจาก ธูปเทียน ดอกไม้สด เท่านี้ก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีผลไม้ อาหารคาวหวาน หรือการตั้งขันธ์ จากนั้นให้สวดคาถาปู่ชีวก เพื่อขอพรให้ท่านปกป้องคุ้มครองให้รอดพ้นจากโรคภัยต่าง ๆ ให้มีสุขภาพแข็งแรง โดยคาถาบูชาท่าน มีดังนี้

หน้าศาลปู่ชีวก

ตั้ง นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ (๓ ครั้ง)

โอม นะโม ชีวะโก สิระสา อะหัง กะรุณิโก สัพพะสัตตานัง
โอสะถะ ทิพพะมันตัง ปะภาโส สุริยาจันทัง โกมาระภัจโจ
ปะกาเสสิ วันทามิ ปัณฑิโต สุเมระโส อะโรคา สุมะนา โหมิ

ข้าพเจ้า ขอกราบไหว้นมัสการบูชาต่อองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ หมอหลวงประจำองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งสมัยพุทธกาล ข้าพเจ้า (ชื่อ – นามสกุล) ขอตั้งจิตอธิษฐานกราบไหว้บูชาด้วย ความเคารพ โดยน้อมระลึกถึงองค์ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ เป็นที่ตั้ง ดุจดั่งที่บรมครูหมอ มีศรัทธาเป็นมั่นคงต่อองค์พระสัมมาในสมัยพุทธกาล

ขอบารมีของบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ให้บรรดาโรคร้ายภัยเวรที่เกิดขึ้นในร่างกาย บรรดาโรคร้ายภัยเวรที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ ที่ทำให้เป็นทุกข์ และโรคร้าย ภัยเวรอันเกิดจากโรคเวรโรคกรรมทั้งหมดทั้งมวลนั้น

ทำให้เกิดความทุกข์กายทุกข์ใจแก่ข้าพเจ้า บิดามารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ผู้มีพระคุณ ญาติสนิท มิตรสหายของข้าพเจ้า จงมลายหายสิ้นไปด้วยบารมีของ บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์

บารมีของบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ จงคุ้มครองพิทักษ์รักษาข้าพเจ้า (ชื่อ – นามสกุล) ไปตลอดปี ตลอดไปตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอให้ประสบความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรง สุขภาพกาย สุขภาพใจ มีความสมบูรณ์เป็นสุข

ดุจดั่งพระพุทธองค์ได้ตรัสว่า “อะโรคะยา ปะระมาลาภา” ความไม่มีโรคเป็นลาภอัน ประเสริฐ ขอให้ความมีลาภอันประเสริฐ จงบังเกิดขึ้นตามคำอธิษฐานของข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ด้วยเทอญ

สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิลาโภ ชะโยนิจจัง ภะวะตุสัพพะทา

(คำอธิษฐานโดย อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ)

พิกัดไหว้ขอพรหมอชีวกโกมารภัจจ์

เมื่อทราบถึงข้อดีของการบูชาท่านกันแล้ว คราวนี้ไปดูกันว่าพิกัดหลัก ๆ ของ หมอชีวกโกมารภัจจ์ ที่ผู้ศรัทธาส่วนใหญ่ไปกราบสักการะ ขอให้ช่วยหายจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย ว่ามีที่ไหนบ้าง โดยที่แรก หมอชีวกโกมารภัจจ์ ตั้งอยู่ที่ โรงพยาบาลสงฆ์ ซึ่งถือได้ว่าที่นี่เป็นอาศรมแพทย์ใหญ่ของท่าน

ป้ายคาถาบูชาปู่ชีวก

จึงทำให้ทั้งบรรดาแพทย์ และผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยนิยมไปกราบสักการะของพรให้หายป่วยจากโรคที่เป็นอยู่ ก่อนไหว้ท่านขอให้ตั้งจิตให้มั่นจากนั้นจุดธุป 9 ดอก ตั้งนะโมฯ 3 จบ จากนั้นสวดคาถาปู่ชีวก พร้อมทั้งอธิษฐานขอบารมีจากท่าน

  • ที่อยู่ : อาศรมแพทย์ใหญ่บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ โรงพยาบาลสงฆ์ เขตราชเทวี กทม.
  • เปิดเวลา : 08.00-22.00 น.
โรคระบาด คือ

โรคที่มีการติดต่ออย่างไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด และได้แพร่กระจายลามไปสู่ผู้อื่นอย่างรวดเร็ว จนขยายเป็นวงกว้างควบคุมได้ยาก

พระไตรปิฎก คือ

เป็นหนังสือ หรือพระคัมภีร์ที่บันทึกหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีเนื้อหาแบ่งออก 3 หมวดหมู่พระวินัยปิฎก ว่าด้วยศีลของภิกษุและ ภิกษุณี, พระสุตตันตปิฎก ว่าด้วยพระธรรม เทศนาทั่วๆ ไป และพระอภิธรรมปิฎก ว่าด้วยธรรมะ

โรงพยาบาลสงฆ์ คือ

สถาบันสุขภาพสงฆ์แห่งชาติ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาพยาบาลแก่พระภิกษุ-สามเณรอาพาธทั่วประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่เหมาะสมในการที่พระภิกษุ-สามเณรจะต้องได้รับการรักษาพยาบาลร่วมกับฆราวาส และเพื่อช่วยเหลือพระภิกษุ-สามเณรอาพาธให้ได้มีโอกาสปฏิบัติตามวินัยบรมพุทธานุญาต

สรุป

เนื่องด้วยโควิด-19 ก็ยังถือว่ายังเป็นช่วงที่ระบาดค่อนข้างมาก บางท่านอาจจะกำลังมองหาบางอย่างที่ช่วยเสริมกำลังใจ การสวดมนต์ก็ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยได้ การสวด คาถาป้องกันโควิด-19 ก็ถือเป็นอีกทางเลือกเช่นกัน

แต่ถ้าผู้ที่มีความศรัทธาหมอชีวกโกมารภัจจ์ ก็สามารถที่จะสวดคาถาของท่านเพื่อขอพรให้ไม่เจ็บป่วยจากโรคต่าง ๆ ได้ เพราะอานิสงส์จากการสวดคาถาปู่ชีวกเป็นประจำ จะทำให้การป่วยไข้หรือโรคภัยต่าง ๆ จะไม่กล้าเข้ามาใกล้ ที่สำคัญผู้สวดต้องอยู่ในศีลธรรม ประพฤติดีทำดีด้วย และอย่าลืมในช่วงนี้เราจะต้อง สวมแมสเมื่ออกจากบ้าน พกแอลกอฮอล์ ล้างมือบ่อย และเว้นระยะห่างด้วยนะ ก็ช่วยเป็นการป้องกันดรคอีกทางหนึ่ง

บทความที่น่าสนใจ