เนื่องด้วยในระยะนี้อากาศที่ร้อนจัดในหลายพื้นที่ของไทย จึงทำให้เกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ซึ่งการเกิดพายุฤดูร้อนในแต่ละครั้ง ก็ได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ทั้งจากลมแรง พายุลูกเห็บตก รวมไปถึงฟ้าผ่าที่คร่าชีวิตทั้งคนและสัตว์ ไปเป็นจำนวนมาก อันมาจากพายุฤดูร้อนที่เกิดขึ้นนี้

ซึ่งเหตุการณ์สุดเศร้ามีคนเสียชีวิตจากฟ้าก็เพิ่งเกิดขึ้นไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา จากการที่เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้เสียชีวิตไป 1 รายและบาดเจ็บไปหลายคน จากการที่พวกเขาเล่นเตะบอลกันกลางสนามระหว่างที่เกิดฟ้ายุฝนลมแรง แม้ว่าฝนจะซาลงแล้ว แต่ก็ยังเกิดฟ้าผ่าได้ จนนำไปสู่เหตุการณ์สุดสลดดังกล่าว (อ่านข่าว ฟ้าผ่าเด็กนักเรียน)

ด้วยเหตุนี้เองทาง ตรวจหวย จึงไปค้นหา วิธีป้องกันฟ้าผ่า มาให้ได้ติดตามกัน เพื่อเอาไว้ป้องกัน ลดความสูญเสีย เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากฟ้าผ่าได้

ฟ้าผ่า

ความเชื่อเรื่องฟ้าผ่า

เมขลากับรามสูร
ขอบคุณรูปจาก nitanstory

ก่อนที่จะไปดูวิธีป้องกันฟ้าผ่า เราขอแวะไปดูความเชื่อเรื่องฟ้าผ่ากันก่อนดีกว่า ซึ่งฟ้าผ่านั้นสมัยโบราณมีความเชื่อว่าธรรมชาตินั้นมีตัวตน และมีพลังอำนาจพิเศษ สามารถที่จะให้คุณให้โทษได้ จึงทำให้คนในสมัยนั้นมีความเกรงกลัวต่อธรรมชาติ จนต้องทำการกราบไหว้บูชา

สำหรับความเชื่อเรื่อง ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ของคนไทยนั้นเกิดขึ้นมาจากวรรณคดี เรื่องเมขลาล่อแก้วกับรามสูรขว้างขวาน แสงที่ฟ้าแลบออกมานั้นคือแสงแก้วมณีของนางเมขลาที่ใช้หลอกล่อรามสูร และเสียงฟ้าร้องก็คือเสียงขวานของรามสูรนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อเรื่องฟ้าผ่า ว่ากันว่า คนที่โดนฟ้าผ่า คือ คนที่ชอบฟีเจอริ่งกันตอนกลางวันบ่อย ๆ ทำให้เกิดอาเพสฟ้าผ่าลงโทษพวกเขาเหล่านั้น แหม…ก็คิดกันไปได้นะ ถ้าเป็นปัจจุบันนี้ฟ้าคงผ่ากันเป็นรายนาทีกันเลยทีเดียว… และยังมีความเชื่อกันอีกด้วยว่า หากฟ้าผ่าลงที่บ้านใดแล้ว จะเป็น ลางบอกเหตุว่าจะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับคนภายในบ้าน

เทพเจ้าซุส
ขอบคุณรูปจาก sitedestiny

ทั้งนี้ยังมีความเชื่อเรื่องฟ้าผ่าของชาวกรีกโบราณ เขาได้ว่าเอาไว้ว่า “ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่า” นั้นเกิดจากเทพเจ้าซุสปล่อยสายฟ้าที่เป็นอาวุธประจำกาย ซึ่งจะคล้ายคลึงกับชาวนอร์เวย์โบราณเชื่อ เทพเจ้าธอว์ ได้เหวี่ยงค้อนศักดิ์สิทธิ์อาวุธคู่กายทำให้เกิดปรากฎการณ์นี้นั่นเอง ความเชื่อในเรื่องของธรรมชาติยังมีอีกมากมายก็ขึ้นอยู่กับแต่ละท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ แต่ตามหลักความเป็นจริงแล้ว ฟ้าผ่า เกิดจากอะไรกันแน่?? มาหาคำตอบกัน

ความจริง ฟ้าผ่าเกิดจากอะไร

ในทางวิทยาศาสตร์ได้บอกเอาไว้ว่าปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอย่าง ฟ้าผ่า ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง นั้นเกิดจากการเคลื่อนที่ของประจุอิเล็กตรอนที่อยู่ภายในก้อนเมฆ หรือที่อยู่ระหว่างก้อนเมฆกับก้อนเมฆ หรือระหว่างก้อนเมฆกับพื้นดิน การเคลื่อนที่ขึ้น-ลงของอากาศทำให้เกิดความต่างศักย์ของไฟฟ้าบริเวณก้อนเมฆและพื้นดิน

ฟ้าแลบ คือ

เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ อันเกิดจากอิเล็กตรอนจำนวนมากเคลื่อนที่ผ่านอากาศเป็นเหตุให้เกิดความร้อนสูงมากจนปรากฏเป็นแสงสว่างวาบขึ้น ซึ่งฟ้าแลบและฟ้าร้องเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน แต่เรามองเห็นฟ้าแลบก่อนได้ยินเสียงฟ้าร้อง เนื่องจากแสงมีความเร็วมากกว่าเสียงนั่นเอง

สายล่อฟ้า คือ

เป็นอุปกรณ์ที่คิดประดิษฐ์ขึ้นโดย เบนจามิน แฟรงคลิน เพื่อเหนี่ยวนำประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการเกิดฟ้าผ่าให้ลงสู่พื้นดิน ลดความเสียหายจากฟ้าผ่าได้

ปรากฎการณ์ฟ้าผ่า

และเมื่อความต่างศักย์รวมกันได้ระดับหนึ่งจะทำให้เกิดสนามไฟฟ้าขนาดใหญ่ โดยที่ประจุบวกจะอยู่ด้านบนของก้อนเมฆและประจุลบจะอยู่ทางด้านล่างของเมฆ ไปจนถึงพื้นดิน ทำให้เหนี่ยวนำเกิดการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้ากระทบกันอย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่า ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่า นั่นเอง

วิธีป้องกันตัวจากฟ้าผ่า

พอจะทราบถึงที่มาที่ไปของ และความน่ากลัวของปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างฟ้าผ่ากันแล้ว คราวนี้มาถึง วิธีป้องกันฟ้าผ่า กันบ้าง โดยวิธีป้องกันฟ้าผ่ามีดังนี้

  • กรณีที่อยู่กลางแจ้ง : ถ้าหากอยู่ในที่โล่งควรหาที่ปลอดภัยหลบ เช่น อาคารขนาดใหญ่ แต่อย่าอยู่ใกล้ประตูหน้าต่าง และผนังของอาคาร หรืออาจจะหลบอยู่ในรถยนต์โดยปิดกระจกให้มิดชิด และอย่าสัมผัสกับตัวถังรถ ให้นั่งกอดอกหรือวางมือเอาไว้บนตัก
  • กรณีอยู่ที่แจ้งหาที่หลบไม่ได้ : ให้นั่งยอง ๆ โดยให้ตัวอยู่ต่ำที่สุด ให้มือทั้งสองติดกับเข่า ซุกศรีษะระหว่างเข่า เท้าชิดติดกันหรือเขย่งปลายเท้า ลดการสัมผัสกับพื้นให้น้อยที่สุด ห้ามนอนหมอบราบกับพื้น
วิธีป้องกันตัวจากฟ้าผ่า
  • ห้ามยืนหลบใต้ต้นไม้สูง หรือบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงกับต้นไม้ หรือในที่สูง และอย่ากลางร่มโดยเด็ดขาด
  • กรณีอยู่กลางแจ้งอย่าใช้โทรศัพท์มือถือในขณะที่มีฝนฟ้าคะนอง ถึงแม้ว่าโทรมือถือจะไม่ใช่สื่อล่อฟ้า แต่ก็จะเกิดการเหนี่ยวนำของกระแสไฟฟ้าเข้ามาที่มือถือได้ และอาจจะทำให้แบตเตอรี่ลัดวงจรจนเกิดระเบิดทำให้ได้รับบาดเจ็บได้
  • ห้ามใช้โทรศัพท์บ้านหรือใช้อินเตอร์เนตในขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง เพราะฟ้าอาจจะผ่าลงมาที่เสาสัญญาณทำให้กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านมาตามสายไฟอาจจะทำให้โทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์เสียหาย และอาจจะทำให้คนที่ใช้งานได้รับอันตรายไปด้วย
  • ให้สังเกตดูว่าบริเวณที่อยู่เกิดฟ้าแลบ หรือฟ้าร้องรุนแรงหรือไม่ หากรุนแรงก็ควรที่จะถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกให้หมด เพราะถ้าหากฟ้าผ่าลงที่เสาไฟฟ้า หรือสายไฟ จะทำให้เกิดการกระชากของกระแสไฟฟ้า อาจทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายได้ รวมไปถึงให้ดึงเสาอากาศโทรทัศน์ออกด้วย
  • ให้หลีกเลี่ยงสัมผัสโลหะทุกชนิด เพราะโลหะเป็นตัวนำไฟฟ้า
  • หลีกเลี่ยงสัมผัสน้ำ เพราะน้ำก็เป็นตัวนำไฟฟ้าเช่นกัน
  • เตรียมไฟสำรองให้พร้อมเอาไว้ส่องดูทาง เผื่อเกิดกรณีที่ไฟฟ้าดับ หรือไฟไหม้

นอกจากนี้ก่อนที่จะเกิดฟ้าผ่านั้นจะมีสัญญาณเตือนให้เราได้รู้ก่อนง่าย ๆ นั่นก็คือ เราจะรู้สึกได้ว่าขนลุก ผมตั้งก่อนประมาณ 10 – 15 วินาทีก่อนที่ฟ้าจะผ่า ดังนั้นต้องหมั่นสังเกตไว้เลยว่าถ้าเกิดอาการเหล่านี้ให้รู้ว่าจะเกิดฟ้าผ่าบริเวณรอบ ๆ ที่เราอยู่แน่นอน เพราะจะเกิดสนามไฟฟ้าเป็นบริเวณกว้างตรงที่ฟ้าผ่า

ซึ่งที่จริงอันตรายที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากที่ฟ้าผ่า แต่เกิดจากที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งลงดิน และจะแผ่ออกไปคล้ายกับรากต้นไม้ คนที่อยู่ใกล้ต้นไม้ในระยะ 5 เมตร มีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้ และการที่จะเกิดฟ้าผ่าไม่ได้เกิดเฉพาะช่วงที่ฝนฟ้าคะนองเท่านั้น ในกลางแจ้ง แดดร้อนจัด ๆ ก็สามารถเกิดขึ้นเช่นกัน

สำหรับวิธีป้องกันฟ้าผ่าข้างต้น แม้จะไม่ได้ผลในการป้องกันฟ้าผ่าได้ 100% แต่เชื่อว่าคำแนะนำนี้จะช่วยลดความสูญเสียที่เกิดจากฟ้าผ่าลงได้ ทั้งนี้นอกจากคำแนะนำในการป้องกันฟ้าผ่าดังกล่าวแล้ว ตรวจหวย จะพาไปไขคำตอบกับความเชื่อผิด ๆ ของคนโบราณ ที่บอกว่าจะช่วยป้องกันฟ้าผ่าได้

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่อง ฟ้าผ่า

  • ถ้าหากอยู่ในที่โล่ง ให้หมอบราบกับพื้นจะไม่ถูกฟ้าผ่า : ให้รู้ไว้เลยว่าถ้าอยู่ในที่โล่งไม่ว่าจะอยู่ท่าไหนก็มีโอกาสโดนฟ้าผ่าได้ทั้งนั้น
  • ฟ้าจะไม่ผ่าซ้ำลงที่เดิม : จริง ๆ แล้วมักจะเกิดฟ้าผ่าซ้ำๆ ลงที่เดิม โดยเฉพาะที่สูง แหลม
  • ถ้าฝนไม่ตกหรือไม่ได้อยู่ใต้เมฆจะไม่โดนฟ้าผ่า : จากปรากฎการณ์ฟ้าผ่าสามารถที่จะเกิดขึ้นได้แม้จะอยู่ห่างจากพื้นที่ที่มีฝนตกได้ไกลถึง 3 ไมล์
  • ถ้าอยู่บนรถที่มีล้อเป็นยางสามารถป้องกันการถูกฟ้าผ่าได้ : ข้อนี้จะใช้ได้กับรถยนต์ หรือรถที่มีหลังคา ถ้าหากเป็นรถมอเตอร์ไซค์ จักรยาน หรือรถที่เปิดโล่งไม่ได้ช่วยเรื่องฟ้าผ่า
  • ถ้าในตัวเรามีโลหะอยู่จะเป็นตัวล่อฟ้า : เครื่องประดับต่าง ๆ ที่อยู่บนตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา โทรศัพท์ ไม่ใช่ตัวล่อฟ้า แต่สิ่งที่มีความสูง แหลม ตั้งอยู่เดี่ยว ๆ เป็นตัวล่อฟ้าอย่างดี

สรุป

สำหรับวิธีป้องกันที่ ตรวจหวย นำมาเป็นข้อมูลให้กับทุกคนคงจะพอเป็นแนวทางปฏิบัติกันได้ สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือ สติ หากขาดสติแล้วด้วยความตกใจเสียงฟ้าร้องฟ้าแลบ อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับตัวเราได้ ทั้งนี้ไม่ควรประมาทต้องช่างสังเกตเห็นสัญญาณเตือนภัยที่ได้บอกกล่าวข้างต้น และไม่ควรนำตัวเองไปในที่ที่เสี่ยงการเกิดอันตรายเท่านี้เราก็จะปลอดภัยจากอันตรายทั้งหลายทั้งปวง

บทความที่น่าสนใจ