ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานั้น หินสี ได้เป็นที่นิยมอย่างมากในเรื่องของหินที่ช่วยนำพาโชคลาภเข้ามาสู่ผู้ที่สวมใส่ แต่รู้หรือไม่ว่าหินมีคุรสมบัติที่ดีมากกว่านั้นคือ หินรักษาโรค ได้ พลังธรรมชาติของหินสามารถที่บำบัคโรคได้หลายชนิด

สุขภาพที่แข็งแรงถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างหนึ่งทีเดียว การที่เราไม่สบายเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ปวดหัว เป็นมะเร็ง นั้นปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นโรคทางร่างกาย การไม่สบายยังเกี่ยวข้องกับเราทางด้านจิตใจด้วย

ส่วนใหญ่จะใช้หินรักษาโรคที่เกี่ยวกับโรคทางจิตใจมากกว่า เช่น อาการปวดหัว โรคเครียด มะเร็ง ซึ่งโรคมะเร็งนั้นต้องอาศัยกำลังใจ และการคิดบวกจากผู้ป่วยอย่างมาก เราจำเป็นต้องเชื่อว่าหินจะช่วยบำบัดและช่วยให้เรามีกำลังใจ และจิตใจให้ดีขั้น

เนื่องด้วยหินประกอบด้วยแร่ต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นหินแต่ละประเภทจึงมีคุณสมบัติ และสีที่ไม่เหมือนกันด้วยความที่หินต้องเจอทั้ง สายลม แสงอาทิตย์ แสงจันทร์ รังสีต่างๆ เลยทำให้หินมีคลื่นพลังที่ดี เช่นเดียวกับในร่างกายของคนเราที่ต้องเจอแสงแดด สายลม และแสงจันทร์ ทำให้คลื่นพลังงานของหินกับมนุษย์สามารถที่จะสื่อสารถึงกันได้ ดังนั้นจึงสามารถนำหินมาบำบัดร่างกายได้

หิน เกิดจากอะไร

หิน หรือ stone เป็นของแข็งที่เกิดขึ้นจากการสะสม และทับถมของแร่ธาตุชนิดต่าง ๆ ในธรรมชาติ เกิดเป็นหินลวดลายชนืดต่าง ๆ ตามแต่ละพื้นที่โดยหินมีด้วยกัน 3 ชิดใหญ่ ๆ ได้แก่ หินอัคนี หินตะกอน และหินแปร

หิน สามารถเอาไปทำอะได้บ้าง

สามารถนำไปทำสิ่งปลูกสร้าง เช่น อาคารบ้านเรือน และข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ได้มากมาย อาทิ ครก สาก มีด ฆ้อน เป็นต้น

เพชรหน้าทั่ง คืออะไร

เพชรหน้าทั่ง หรือไพไรต์ (Pyrite) เป็นผลึกแร่โลหะชนิดหนึ่ง มีสีเหลืองอร่ามคล้ายกับทองคำ ในวงการเครื่องรางของขลังนิยมนำแร่ชนิดมาบูชา เนื่องจากเชื่อว่าช่วยเรื่องคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัย

หินรักษาโรค บำบัดสุขภาพ ได้ มีดังนี้

หินสีเขียว

หินฟลูออไรด์ (Fluorite)

ตัวอย่างเช่น หินฟลูออไรด์ (Fluorite) ลักษณะเป็นหินสีเขียวเข้ม บางอันอาจจะมีสีม่วง สีขาว สีเขียวอ่อน ๆ อยู่ในเนื้อเดียวกัน หินชนิดนี้จะมีคุณสมบัติช่วยในการบำบัดขา เข่า กระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ จึงทำให้หินชนิดนี้ถึงมีพลังบำบัดได้ดี ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ

การนำฟลูออไรด์ มาสกัดเป็น สารฟลูออไรด์ (Fluoride) แล้วผสมในยาสีฟัน หรือจะเป็นการนำหินฟลูออไรด์ก้อนใหญ่ ไปแช่ทิ้งไว้ในอ่างน้ำสัก 10-30 นาที แล้วเอาเท้าลงไปแช่ ก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดขา ปวดเข่าได้

ควอทซ์ (Quartz)

ควอทซ์ (Quartz)

ควอทซ์ หรือที่หลายคนเรียก “ไหมทอง” เป็นหินสี ที่มีเส้นใยเส้นใยสีทอง และสีดำอยู่ด้านใน ซึ่งถ้าหินอันไหนมีเส้นไยสีทอง จะเรียกว่า ‘ไหมทอง’ แต่ถ้ามีเส้นใยสีดำอยู่ด้านใน จะเรียกว่า ‘ไหมดำ’ เชื่อกันว่าหินชนิดนี้จะนำพาทรัพย์สิน โชคลาภ เงินทองมาให้ นอกจากนี้แล้วในไหมทองยังประกอบไปด้วยแร่ธาตุพลังงานสูงที่ช่วยดูดพลังด้านลบออกจากร่างกาย

ที่นำมาใช้บ่อยมาก คือ ในคนที่เป็นมะเร็ง หรือว่าป่วยหนัก เช่น เป็นโรคไต ที่ต้องใช้เวลารักษานานๆ ซึ่งโรคเหล่านี้เราเชื่อว่า มีพลังด้านลบอยู่ในตัวผู้ป่วย ทั้งจิตที่คิดในด้านลบ และสิ่งอื่นๆ ที่เป็นพลังด้านลบ หินไหมทองก็จะช่วยดูดพลังด้านลบออกจากร่างกาย จะทำให้ร่างกายเขาแข็งแรงขึ้น ทั้งนี้ได้มีคนใช้ได้ผลเยอะ

มากกว่านั้น คลื่นพลังเหล่านี้มันทำให้เซลล์ร้ายในร่างกายแตกตัวกัน เช่น หากเรามีเซลล์มะเร็ง เป็นแค่ส่วนเล็กๆ แล้วมันกระจายอยู่ทั่วไปตามร่างกาย มันไม่เกาะตัวกัน ร่างกายก็จะไม่เป็นอะไร แต่เมื่อไหร่เซลล์ร้ายเหล่านั้นวิ่งมารวมในจุดเดียวกัน มันก็จะกลายเป็นเนื้อร้าย ดังนั้นไหมทองจะทำให้เซลล์ร้ายแตกตัว ไม่มาอยู่รวมกัน

อเมทิสต์ (Amethyst)

อเมทิสต์ (Amethyst)

หินชนิดต่อมาคือ “อเมทิสต์” ลักษณะเป็นหินสีม่วงอ่อน ที่สามารถบำบัดรักษาอาการนอนไม่หลับ จิตใจกระวนกระวายได้ เนื่องจากตัวหินชนิดนี้มีเส้นแรงเหนี่ยวนำ จึงช่วยทำให้ระบบประสาทของมนุษย์สงบลง

คนเป็นโรคความดันโลหิตสูงนิยมนำหินชนิดนี้มาวางบริเวรหน้าผาก หรือไว้ใต้หมอน เพื่อให้หินช่วยลดความดัน และคลายอาการวิตกกังวล ดังนั้นบ้านไหนที่มีผู้ป่วย คนแก่ไม่สบาย ก็มักจะเอาหินชนิดนนี้ไว้ใกล้ตัวเป็นการเสริมฮวงจุ้ย ช่วยให้พลังหมุนเวียนได้ดีนั่นเอง

เรด แจสเปอร์ (Red Jasper)

เรด แจสเปอร์ (Red Jasper)

หินสีแดง และหินสีส้ม คุณสมบัติของหินสองสีนี้จะ ใกล้เคียงกัน หินสีแดง จะช่วยเรื่องบำรุงเลือด คนที่เลือดน้อย ร่างกายอ่อนเพลีย ระบบไหลเวียนโลหิตไม่ดี รวมถึง ประจำเดือนมาน้อย ตัวซีด ตัวเหลือง พวกนี้จะบำบัดได้ดี แต่หินชนิดนี้ก็มีผลอย่างหนึ่งที่ต้องระวัง คือ ถ้าคนที่มีความดันโลหิตสูงไปใส่หินสีแดง มันจะไม่ดีตรงที่ หินจะไปช่วยกระตุ้นเลือดลมเยอะเกินไปหน่อย

คนที่เป็นความดันต่ำเท่านั้นถึงจะได้ผลดี ว่ากันว่าหินที่นำมาบำบัดโรคเลือด จะเป็นเป็นหินตระกูลไหนก็ได้ แต่ขอแค่มีสีแดง – สีส้มก็สามารถใช้ร่วมกันได้หมด แม้คุณสมบัติหินแต่ละชนิดอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย

หินโรโดไนท์ (Rhodonite)

หินโรโดไนท์ (Rhodonite)

หินโรโดไนท์ (Rhodonite) เป็นหินสีชมพูแซมดำเล็กน้อย บางคนจะเรียกหินชนิดนี้ว่า หินอกหัก เนื่องจากสามารถบำบัดบาดแผลทางอารมณ์ เช่น เด็กรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่รัก แล้วเขาก็จะแสดงออกแบบผิด ๆ ก้าวร้าว เรียกร้องความสนใจ ถ้าเป็นวัยหนุ่มสาว ก็อาจจะมีบาดแผลทางใจ ในเรื่อง อกหัก รักเป็นพิษ ทุกข์ใจหนักๆ ด้วยเรื่องอะไรก็ตาม หินนี้ก็จะช่วยได้ดี

เรื่องบาดแผลทางใจ บางครั้งก็ไม่ได้มีแค่เรื่องความรักอย่างเดียว มีคนบางคน พ่อหรือ แม่เสียชีวิต แล้วเขารู้สึกเศร้ามากก็ยังมา คือเป็นเรื่องของความรู้สึกผิดหวัง เสียใจ หรือรู้สึกว่ามันคือบาดแผลที่อยู่ในใจ แล้วมันเอาไม่ออก ก็ต้องหินอันนี้แหละ จะช่วยได้ดี

หินไคยาไนท์ (Kyanite)

หินไคยาไนท์ (Kyanite)

ความโดดเด่นของหินที่มีสีน้ำเงิน คือช่วยเสริมสติปัญญา ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น หากนำไใช้กับเด็กก็ช่วยให้เด็กเขานิ่ง และความจำดีขึ้น ส่วนผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน สามารถเอาหินสีน้ำเงินมาช่วยให้จิตใจสงบ ไม่หลุดโฟกัส ทว่าตัวหินสีน้ำเงินนั้นใช่ว่าใช้แล้วจะได้ผลทันที ต้องใช้ไปนาน ๆ จึงจะได้ผล

ทัวร์มาลีน (Tourmaline)

ทัวร์มาลีน (Tourmaline)

สุดท้ายหินที่มีสีเหลือง ดำ แดง ชมพู อำพัน และเขียว จะถือว่าเป็นหินที่ดีที่สุด ช่วยรักษาอาการยุบบวม แก้อาการอักเสบ รวมถึงอาการเจ็บคอได้ด้วย คนจึงนิยมนำหินชนิดนี้มาทำเป็นสร้อยคอ และปล่อยให้เส้นแรงพลังพุ่งเข้าสู่คอ เพื่อซับไอโรคออกมา ทำให้อาการบวมในคอ อาการระคายคอลดลง

วิธีดูแลรักษาหิน

  • ด้วยความที่หินนั้นช่วยดูดพลังลบออกจากร่างกายของเรา เนื้อหินจึงเต็มไปด้วยพลังลบมากมาย จึงต้องมีการล้างหินอยู่เป็นประจำ โดยวิธีล้างมีหลากหลายวิธี ได้แก่ 1.ถือไว้ในฝ่ามือแล้วเปิดให้น้ำไหลผ่าน 2.แช่น้ำเกลือ ทิ้งไว้ 30-60 นาที 3.ใช้ธูป 1 ดอก วนไปรอบๆ หินจนธูปหมดดอก 4. นำไปฝังทราย แล้วตากแดด ตากลม ก่อนล้างด้วยน้ำเปล่า
  • สำหรับใครที่เพิ่งซื้อหินมา แนะนำว่าอย่าเพิ่งใส่ ควรนำไปล้างเพื่อให้พลังด้านลบ ที่ติดอยู่ภายในหินหมดไปเสียก่อน
  • หากต้องการขอพลังจากหิน ให้สัมผัสหิน แล้วภาวนาให้ช่วยหินช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดที่เราเป็นอยู่
  • ควรใส่หินบำบัดไว้ที่ข้อมือซ้ายตรงกับชีพจร หรือถ้าใครอยากพกก้อนเล็ก ๆ ติดตัว ควรใส่ไว้ในถุงผ้า มากมาว่าถุงพลาสติก หรือถุงซิป เนื่องจากการถ่ายเถอากาศไม่ค่อยดี

สรุป

จะเห็นได้ว่า หินรักษาโรค ใช้บำบัด และรักษาอาการที่เกี่ยวข้องกับจิตใจได้ดี การใช้หินหินบำบัดรักษาโรคต่าง ๆ ให้ได้ประสิทธิผล ต้องควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน นอกจากนี้ หากต้องการให้ การใช้หินบำบัดโรคได้ผลดี สิ่งสำคัญประการแรกคือ ผู้ใช้ต้องมีความเชื่อเสียก่อน

หินมีคุณสมบัติที่ดีมากมากมายด้วย เพราะเป็นสิ่งที่เกิดมาจากธรรมชาติ การใช้ธรรมชาติบำบัดรักษาร่างกายถือได้ว่าเป็นสิ่งดี ๆ สิ่งหนึ่งโดยทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถเป็นหินนำโชคลาภมาให้กับผู้เป็นเจ้าของอีกด้วยเลือกกันให้ดี ๆ เหมาะกับร่างกายของเรานอกจากสุขภาพดีแล้วยังจะมีโชคลาภถูกหวยออนไลนน์ เว็บ tode ตามมาอีกด้วย ไม่เชื่อลองใส่แล้วไปเสี่ยงดวงขำๆที่ WM Casino อยู่บ้านก็สามารถเล่นได้ไม่ต้องเดินทางไปถึงที่

บทความแนะนำ