เคยได้ยินกันมั๊ย ?? คนดวงขาดไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะห้ามดวงชะตาได้ แม้จะไปทำบุญสะเดาะห์มากมายแค่ไหนความตายก็ไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนดี คนเลว คนรวย หรือคนจน หากดวงขาดแล้วความตายสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน

เรื่องของนายเหน่ง

นายเหน่ง มีพ่อเป็นครู และแม่เป็นครูเหมือนกับพ่อ เป็นลูกคนสุดท้อง มีพี่ชายเป็นปลัดอำเภอ เหน่งยังเรียนไม่จบอยู่ ปวช. มีนิสัยเกเร ดื้อรั้น ชอบแต่งรถเหมือนวัยรุ่นทั่วไป ในเวลาค่ำคืนชอบออกไปแข่งรถซิ่งกับเพื่อน ๆ ทำให้เป็นที่รำคาญของชาวบ้านในบริเวณนั้น เสียงท่อรถที่ดังทำให้ชาวบ้านไม่ได้หลับได้นอนจึงได้ก่นด่า สาปแช่ง ให้ตายโหงไปทั้งหมดเสียที พ่อแม่ของเขาห้ามก็ไม่ฟัง แต่ดีอยู่อย่างที่เขาไม่ติดยา

แม้เขาม่ข้อดีที่ไม่ติดยา แต่ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่ไม่เว้นแต่ละวัน บางวันยกพวกตีกัน บางวันโดนจับเรื่องซิ่งรถ พ่อแม่ต้องไปประกันตัวออกมาอยู่เป็นประจำ ด้วยความเป็นพ่อแม่ก็รักและเป็นห่วงลูกมาก

เหน่งมีพี่ชาย 1 คนชื่อว่า โหน่ง มีนิสัยแตกต่างกับเขาราวฟ้ากับเหว โหน่งเป็นคนดี มีหน้าที่การงานมั่นคง มีแฟนชื่ออรทัย เป็นเสมียนอยู่ที่อำเภอที่เดียวกัน

วันนี้เงินเดือนของปลัดโหน่งออก หลังจากได้พาแฟนไปกินข้าวเสร็จแล้ว ก็ซื้อขนมที่พ่อกับแม่ชอบกลับบ้านมาฝาก เมื่อเหน่งเห็นพี่ชายเดินขึ้นบ้านมาก็รีบไปรับถุงขนมจากพี่ชายไปวางที่โต๊ะกินข้าว แล้วได้เอ่ยปากขอพี่ชายว่า

“พี่โหน่งขอเงินบ้างสิ จะเอาไปแต่งรถน่ะ” ฝ่ายพี่ชายก็ตอบกลับว่า “แต่งอะไรอีก เพิ่งจะแต่งไปเมื่อเดือนที่แล้วเอง พี่รู้นะว่าแม่เพิ่งให้เงินเอ็งไป อย่าไปแต่งให้เสียเงินเสียทองเลย ออกไปค่ำ ๆ มืด ๆ มันอันตรายด้วย”

เหน่งอ้อนเกาะแขนพี่ชายประจบประแจงแล้วพูดว่า “โธ่…พี่เหน่งขอยืมก่อนนะ เดี๋ยวเหน่งเรียนจบทำงานได้เงินแล้วจะเอามาคืนให้พี่นะ..นะพี่นะ” พี่ชายก็อดใจอ่อนกับน้องไม่ได้ให้ไป 3000 บาท นายเหน่งบ่นกระปอดกระแปด “ได้แค่นี้เองหรอพี่” พี่ชายตอบกลับ “เออ..แค่นั้นแหละพี่ไม่ได้กดเงินมามีติดกระเป๋าอยู่แค่นี้”

พ่อแม่ดูอยู่ ก็รู้ว่าเงินไม่พอ และเงินเดือนออกกันทุกคน เจ้าลูกชายคนเล็กต้องมาขอเพิ่มแน่นอน พ่อจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “เอารถเก๋งมั๊ยเหน่งเดี๋ยวพ่อจะถอยให้จะได้ไม่ต้องขับรถซิ่งไปเรียน พ่อแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมากแบบทุกวันนี้เอารถใหม่นะลูก” เหน่งสวนกลับมาว่า “ไม่เอาหรอกพ่อมันไม่เท่เดี๋ยวเข้ากับเพื่อนไม่ได้ เดี๋ยวเหน่งเรียนจบค่อยเอารถใหม่”

ในคืนหนึ่ง

ดึกดื่นแล้วมีแต่เสียงรถตำรวจ รถพยาบาลแล่นผ่านถนนหน้าบ้านไป เหน่งยังไม่เข้าบ้าน แม่ก็นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ คอยที่จะเปิดประตูให้ลูกชาย แม่ใจคอไม่ดี กลัวลูกจะได้รับอุบัติเหตุ แม่จึงรีบปลุกพ่อ ให้โทรไปถามที่โรงพักว่ามีอุบัติเหตุเกี่ยวกับเด็กแว้นหรือไม่ เพราะเกิดความเป็นห่วงในตัวลูกชายคนเล็กที่ยังไม่กลับเข้าบ้าน เพราะทุกครั้งที่เหน่งไปซิ่งรถข้างนอก เขาจะปิดโทรศัพท์มือถือทุกครั้งที่

ด้านพ่อ ได้แต่บอกผู้เป็นแม่ให้ใจเย็น ๆ ก่อน หลังเห็นท่าทางกระวนกระวายใจ จากนั้นแม่จึงออกมานั่งรอที่โซฟาด้วยท่าทีร้อนรน ผเวลา่านไปจนถึงตีสอง เหน่งลูกชายคนเล็กของบ้านก็ยังไม่กลับบ้านสักที เพราะเลยเวลามามากแล้ว

แม่จึงไม่รอช้าจึงตัดสินใจเข้าไปเรียกพปลัดโหน่งพี่ชาย โทรไปสอบถามยังโรงพักและโรงพยาบาลว่ามีอุบัติเหตุเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์บ้างหรือไม่ โหน่งจึงได้โทรไปตามคำขอของผู้เป็นแม่ เพื่อให้แม่สบายใจ จึงทำให้รู้ว่ามีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับสิบล้ออยู่ ซึ่งมีคนเจ็บและคนตาย พ่อและโหน่งจึงไม่รอช้าเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที โดยให้ผู้เป็นแม่รออยู่ที่บ้าน โดยโหน่งอ้างว่า เผื่อเหน่งกลับมาเดี๋ยวจะเข้าบ้านไม่ได้

พ่อแม่โล่งอกโล่งใจ

แต่ยังไม่ทันจะออกไป เหน่งก็ขับรถกลับเข้ามาพอดี พ่อโล่งอกทันที แม่ก็รีบลงมาหาเหน่ง ก่อนจะพูดว่า “ที่บ้านเป็นห่วงรู้มั๊ย เห็นที่โรงพักกับโรงพยาบาลบอกว่ามีเด็กแว้นเกิดอุบัติเหตุ” เหน่งถอดหมวกกันน็อคออก พูดพร้อมกับน้ำตาไหล “เหน่งไม่เป็นไรหรอก เพื่อนเหน่งสิเบรคกันไม่ทัน ชนสิบล้อล้มคว่ำกันไปสามสี่คันติด ๆ

เพื่อนตายไปสามเจ็บอีกสอง เหน่งหลักหลบทัน พรุ่งนี้เหน่งจะหยุดเรียนไปดูเพื่อนนะครับ” โหน่งกอดคอน้องชายสุดที่รักแล้วปลอบน้องว่า “เห็นมั๊ยแม่บอกว่าอันตราย แต่ไม่เป็นไรก็ดีแล้วขึ้นบ้านเถอะไปอาบน้ำอาบท่า หิวหรือเปล่าเดี๋ยวพี่ต้มมาม่าให้หรือจะกินนมในตู้เย็น”

เหน่งตอบกลับ “ไม่หรอกพี่ เหน่งกินไม่ลงภาพมันติดตา คืนนี้ขอนอนกับพี่ได้มั๊ย” ทุกคนก็กลับเข้านอนต่ออย่างโล่งใจที่ไม่อันตรายอะไรเกิดขึ้นกับลูก

พญายมมาหา

อยู่มาคืนหนึ่งในคืนวันเสาร์พ่อฝันว่ามีพญายมมายืนข้างเตียง และบอกว่าที่บ้านมี คนชะตาขาด จากนั้นร่างของท่านก็หายไป พ่อตกใจตื่น เช้ามาเล่าความฝันให้ทุกคนฟัง พ่อกับแม่เป็นห่วงเหน่งมาก ปลัดโหน่งจึงพาทุกคนไปทำบุญที่วัดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเติมน้ำมันตะเกียง ปล่อยปลา ฯลฯ

กลับมาก็จุดธูป 16 ดอกไหว้เทพเทวดาให้คุ้มครองพ่อกับแม่ นำสายสิญจน์ที่ได้มาจากวัดผูกแขนให้ทุกคน คนที่น่าห่วงที่สุดคือเหน่ง ช่วงไปเรียนพ่อจะไปส่งเหน่งก่อนไปสอนหนังสือ ระยะนี้ยังไม่ให้เหน่งไปเอง เหน่งก็ทำตาม

สัปดาห์ต่อมา…คนดวงขาด

เป็นช่วงวันหยุดหลายวันปลัดโหน่งจะไปเที่ยวทะเลกับแฟนได้ชวนเหน่งไปด้วย แต่เหน่งไม่ไปบอกอยากจะอยู่บ้านไม่ชอบอากาศร้อน ปลัดโหน่งจึงไปกับแฟนสองคน ไปพักแถวแก่งกระจาน

เหน่งอยู่บ้านกับพ่อแม่ ช่วงบ่ายมีโทรศัพท์เบอร์ของโหน่งเข้ามาที่เครื่องของพ่อ แต่คนโทรไม่ใช่โหน่งเป็นตำรวจ แจ้งว่ารถของโหน่งได้เฉี่ยวชนกับรถเก๋งอีกคันมีสภาพพังยับเยินโหน่งกับแฟนเสียชีวิตคาที่

พ่อได้ยินก็ล้มทั้งยืน เมื่อพ่อตั้งสติได้ก็เล่าเรื่องให้ทุกคนฟัง แม่เป็นลมทันที เหน่งถึงกับเข่าอ่อน เมื่อรวบรวมสติได้ก็โทรบอกลุงกับป้า ให้พวกเขาไปดูศพของโหน่งและนำศพมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีแทนพ่อแม่ที่ทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ครั้งนี้

พ่อแม่ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่ชะตาขาดจะเป็นโหน่ง เพราะโหน่งเป็นคนดี มีหน้าที่การงานมั่นคง ไม่เคยเกเร เหน่งเสียอีกที่น่าเป็นห่วงมากกว่า ทุกคนต่างทำใจไม่ได้ เหน่งจึงรับปากพ่อกับแม่ว่าต่อไปนี้จะเป็นคนดี จะไม่ดื้อ จะตามใจพ่อกับแม่ทุกอย่างเพราะเหลือเขาเพียงคนเดียวแล้ว

สรุป

เมื่อความตายมาเยือนไม่ว่าคนคนนั้นจะดีหรือชั่วก็ต้องตาย ไม่จำเป็นจะต้องคนไม่ดี คนเกเร คนดีความตายก็สามารถที่จะมาพรากชีวิตไปได้เช่นกันเมื่อถึงเวลา ดังนั้นเราไม่รู้ว่าวันตายของเราคือวันไหน ตายแล้วเป็นอย่างไร ตายแล้วไปไหน

สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ปัจจุบันนี้คือทำดีกับคนในครอบครัว กับคนรอบข้าง ให้ดีที่สุดเพื่อที่จะไม่เสียใจเพราะชีวิตไม่ได้จบเพียงแค่ความตาย

Cr.เรื่องเล่าอาจารย์ยอด