เรื่องเล่าชาวบ้าน

เรื่องเล่าชาวบ้านวันนี้ เป็นเรื่องเล่าของชาวบ้าน เมื่อคนโดนผีเล่นงานไล่ออกจากบ้าน เพื่อยึดบ้านเป็นที่อยู่ หากคุณเป็นเจ้าของบ้านจะทำอย่างไร???

ที่บ้านของนายสวาทมีผีมาสิง ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนนอนไม่หลับ ทำให้ต้องไปหาหมอผีมาไล่ หมอผีบอกว่าเป็นดวงวิญญาณร่อนเร่ เห็นที่ไหนอยู่ได้ก็จะเข้าไปสิงอยู่ บางครั้งก็ไปอยู่บ้านร้าง บางทีก็ไปสิงอยู่ในรูปปั้น รูปปั้นเก่าแก่จะมีดวงวิญญาณเข้าไปอยู่

ต้นไม้ที่สูงใหญ่ยืนต้นมานานก็จะมีพวกผีเหล่านี้เข้าไปอยู่ หลังจากที่ให้หมอผีไล่ผีไปแล้ว ในคืนนั้นนายสวาทนอนไม่หลับ ลืมตาตื่นอยู่จนดึกดื่น อยู่ ๆ แมลงจิ้งหรีดเรไร ก็เงียบเสียงลงกระทันหันเหมือนว่าถูกรบกวนจากสิ่งหนึ่งสิ่งใด

แล้วก็มีเสียงแกร๊กกร๊าก ๆ เหมือนย่ำใบไม้แห้ง นายสวาทจึงลุกออกมาจากที่นอนเดินมาที่ระเบียงท่ามกลางความมืดมิด ออกมายืนอยู่คนเดียวเงียบ ๆ รำพึงกับตัวเองว่า “เอ้…ไล่ผีไปแล้วนี่ แล้วนี่เสียงอะไรกันอีก”

นายสวาททำกับว่ายืนรอคอยอะไรสักอย่าง รอดูว่าเสียงนั้นเกิดขึ้นจากอะไร ตัวเขาเองก็ยังไม่ทราบว่าเงาดำบางสิ่งบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในเงาต้นมะขามใหญ่ เสร็จแล้วก็ต้องสะดุ้งถอยกรูดออกมาจากระเบียง เพราะมีชายคนหนึ่งกำลังเดินตรงมา แล้วเงาดำนั้นก็หายไป

กลิ่นธูปลอยมากับสายลม มันเป็นคืนเดือนมืด แม้ว่าสุนัขจะไม่ได้ส่งเสียงเห่าหอนอะไร แต่ความเงียบสงัดยามดึกก็ชวนวังเวงใจอย่างมาก ในวินาทีนั้นเงาดำลอยพรวดขึ้นมาหยุดกึกอยู่เบื้องหน้าของเขา นายสวาทตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

นอกจากยกมือขึ้นมาไหว้โดยพลัน เพื่อขอให้ผีไปผุดไปเกิดอย่าได้มาหลอกหลอนเลยลูกเมียกลัวจนจะเป็นบ้ากันหมดบ้านแล้ว มีเสียงคำรามออกมาจากร่างนั้นแล้วก็หายวับไป นายสวาทถึงกับทรุดฮวบหมดแรง

ในวันต่อมา แม้โดนหลอกแต่ไม่ยอมหนี

ชาวบ้านลือเรื่องนี้กันไปทั้งหมู่บ้าน ไม่ว่าใคร ๆ ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะลูกเด็กเล็กแดงรู้หมด พูดกันเป็นเสียงเดียวว่าหมอผีที่นายสวาทหามานั้นทำอะไรผีไม่ได้ ด้านนายสวาทไม่รู้จะทำอย่างไร ลูกเมียคุยหารือกันว่า เป็นตายอย่างไรก็จะไม่หนีผีไปไหนจะอยู่ที่บ้านเพราะมันไม่ใช่บ้านของผีนี่มันเป็นบ้านของคน

ช่วงค่ำก็เกิดเสียงดังบนหลังคาสังกะสีเก่า ๆ มีการย่ำเหยียบไปมา ลูกสาวคนเล็กตกใจกลัววิ่งหวีดร้องสุดเสียงไปหาแม่ในครัว นายสวาทตกใจเกือบจะด่าผี แต่แล้วก็ยกมือไหว้ขอนอนอีกคืนรุ่งเช้าจะไปแล้ว ไม่ว่าจะได้ที่อยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็จะไปขออาศัยนอนศาลาวัดก่อน

ขาดคำของนายสวาทก็มีเสียงดังลงมาจากหลังคาแต่ไม่ชัดเจนมากนักประมาณว่า “ถ้าโกหกจะต้องตายยกบ้านกันเลยนะ” จากนั้นเสียงย่ำไปมาก็เงียบไป นายสวาทโล่งใจ แต่คืนนั้นก็นอนแบบระแวงหวั่นเกรงว่าผีจะมากวนอีก

เช้าวันรุ่งขึ้น ได้รู้ที่มาที่ไปของผี

เมื่อพระบิณฑบาตไปแล้ว นายสวาทก็รีบไปหาหลวงพ่อที่วัด แล้วเล่าความเดือดร้อนให้ท่านฟัง และบอกท่านว่าได้บอกกับผีว่าจะย้ายไปวันนี้จะไปอยู่ที่อื่น ผีบอกว่าถ้าโกหกจะเอาให้ตายทั้งหมดบ้าน

หลวงพ่อแนะให้ไปหาหมอผีที่เก่งมากคนหนึ่ง นายสวาทรีบไปหาหมอผีคนนั้นให้มาจัดการไล่ผี หมอผีคนดังกล่าวนี้เป็นหมอดูด้วย ได้ตรวจดูว่าผีไปยังไงมายังไงถึงได้มาอยู่บ้านนายสวาทได้

จนได้รู้ว่าผีก็คือดวงวิญญาณของช่างพัน ช่างพันคนนี้คือคนที่นายสวาทเคยจ้างมาปลูกบ้านแล้วเกิดพลัดตกมาจากหลังคาคอหักตาย นายสวาทต้องไปหาช่างคนอื่นมาปลูกบ้านต่อจนเสร็จ พอหมอทำนายอย่างนั้นนายสวาทก็นึกออกช่างพันเป็นคนตัวสูงใหญ่ แล้วเงาดำที่เห็นก็ตัวสูงใหญ่เหมือนกัน

แต่เรื่องมันเกิดขึ้นมานานมากแล้วหลายสิบปีตอนนั้นปลูกบ้านใหม่ ตอนนี้บ้านเก่าทรุดโทรมหมดแล้ว หมอผีบอกว่าจะไปไล่เขาไม่ได้เพราะเขาไม่ได้อยากอยู่ที่บ้านหลังนั้นแต่เพราะตายที่นั่นวิญญาณเลยต้องสิงสู่อยู่ที่นั่นในที่ที่เขาสิ้นลม

หมอผีคนนั้นมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของช่างพันออกไปจากบ้าน คลายกับเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณให้หลุดพ้นไปจากที่ตาย หมอผีบอกให้นายสวาทำบุญใส่บาตรกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ดวงวิญญาณของช่างพัน

นายสวาทจึงถือโอกาสทำบุญบ้านด้วยการนิมนต์พระมาที่บ้านแล้วทำบุญ ในระหว่างที่พระกำลังสวด อยู่ ๆ ผีเข้าสิงลูกสาวคนเล็กของนายสวาทหัวเราะด้วยเสียงผู้ชายอันดังแล้วชี้หน้านายสวาทบอกว่า “มึงทำไม่ถูกไอ้หวาท มึงให้หมอผีมาไล่กู กูไม่ชอบ แต่ตอนนี้มึงทำดีแล้วที่ให้หมอผีมาเชิญดวงวิญญาณกู กูไม่ชอบให้ใครมาไล่ กูไม่พอใจ ตอนนี้มึงเชิญ กูจะไปแล้ว”

สรุป

เรื่องแปลก ๆ ของนายสวาทก็จบลงเพียงเท่านี้ จะเห็นได้ว่าทุกดวงวิญญาณที่เราเรียกกันว่าผี ไม่ใช่จะทุกตัวตนที่จะหลอกหลอนหรือทำให้คนเราต้องเกิดเรื่องไม่ดีเสมอไป โดยส่วนใหญ่ต้องการส่วนบุญส่วนกุศล เพื่อที่ส่วนบุญนั้นจะเป็นแสงนำทางให้เขาได้ไปยังที่สมควรที่จะไป หมั่นทำบุญกรวดน้ำกันเข้าไว้ แล้วสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง

Cr.เรื่องเล่าอาจารย์ยอด