ศาลหลักเมือง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนนิยมที่จะไปไหว้ขอพร เพราะภายในศาลนั้นจะเป็นที่ตั้งของ เสาหลักเมือง เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาคู่บ้านคู่เมือง เพื่อเป็นที่รวมใจของชาวเมือง เป็นสิ่งที่แสดงถึงจุดชัยจุดที่เป็นมงคลในการที่จะสร้างบ้านเมือง อีกนัยคือการตั้งหลักปักฐานในชีวิตเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ ดังนั้นที่นี่จึงถือได้ว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยดูแลปกปักรักษา หากจะไหว้ขอพรก็ต้องรู้ วิธีไหว้ศาลหลักเมือง ที่ถูกต้องพรที่ขอจึงจะสำเร็จ

ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมี 77 จังหวัด และทุกจังหวัดเราจะเห็นว่าศาลหลักเมืองทุกจังหวัด ถือได้ว่าเป็นสถานที่ขอพรเพื่อเสริมดวง เสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง และโดยส่วนใหญ่ที่แรกที่คนจะนึกถึงศาลหลักเมืองคือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหนานคร มาถึงตรงนี้คงจะสงสัยแล้วว่า ศาลหลักเมืองนั้นมีความสำคัญอย่าง ไร และมีวิธีไหว้ศาลหลักเมือง ที่ถูกต้องทำอย่างไร ตรวจหวย มีข้อมูลดี ๆ นี้มาฝากทุกท่านแล้ว

ที่มาของศาลหลักเมือง

ป้ายศาลหลักเมือง

เสาหลักเมือง หรือศาลหลักเมือง ว่ากันว่ามีการสร้างกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนมาถีงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบามสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก(รัชกาลที่ 1 ) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้มีพิธีมงคลยกเสาหลักเมืองอีกครั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 เวลา 6:45 น. แต่เนื่องจากเสาหลักเมืองเดิมมีความเสียหายชำรุดมาก

ในหลวงรัชกาลที่ 4 ท่านจึงได้โปรดเกล้าให้สร้างเสาหลักเมืองใหม่ โดยอัญเชิญเสาหลักเมืองเดิมให้มาตั้งอยู่ใกล้กับเสาหลักเมืองใหม่ ที่ปัจจุบันตั้งอยู่ที่บริเวณมุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสนามหลวงตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าไหว้สักการะทุกวัน เวลา 06.30 – 18.30 น.

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลหลักเมือง

มีความเชื่อกันว่าที่ ศาลหลักเมือง นั้นจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นองค์เทพารักษ์ประจำเมืองสถิตย์อยู่ ดังนี้

  • พระเสื้อเมือง
  • พระทรงเมือง
  • เจ้าพ่อหอกลอง
  • พระกาฬไชยศรี
  • เจ้าพ่อเจตคุปต์

จากเดิมองค์เทพารักษ์ประจำเมืองทั้ง 5 นั้นในหลวงรัชกาลที่ 1 ได้ทรงสร้างศาลเพื่อให้เทพทั้งห้าได้ประดิษฐานประจำอยู่ ดังนี้

  • ศาลพระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง และ ศาลพระกาฬไชยศรี ประดิษฐานอยู่ที่กรมการรักษาดินแดน
  • ศาลเจ้าเจตคุปต์ ประดิษฐานอยู่ที่หน้าคุกของกรมพระนครบาล
  • ศาลเจ้าหอกลอง ประดิษฐานอยู่ที่หอกลองประจำเมือง

มาถึงในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงย้าย เทพเทพารักษ์ทั้ง 5 มาประดิษฐานอยู่ที่ศาลหลักเมืองแทนที่เดิมเนื่องจากมีการตัดเส้นทาง

วิธีไหว้ศาลหลักเมือง

เป็นที่รู้กันว่าหากจะกราบไหว้สักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม เช่น พระพิฆเนศ พระราหู หรือแม้แต่ศาลหลักเมือง ก็ต้องมีวิธี ลำดับขั้นตอนในการไหว้ที่ถูกต้อง จึงจะทำให้พรที่ขอนั้นสัมฤทธิ์ผลตามที่ปรารถนา ดังนั้นวิธีไหว้ศาลหลักเมืองที่ถูกต้องนั้น ต้องทำอย่างไรมาดูกัน

จุดที่ 1 : หอพระพุทธรูป

พระพุทธรูป5องค์

คล้ายกับไปไหว้พระตามวัดต่าง ๆ เราต้องเริ่มจากไหว้พระประธาน ซึ่งที่ศาลหลักเมืองจะมี หอพระพุทธรูป ซึ่งในหอนี้จะมีพระพุทธรูปประจำวันเกิด ในจุดนี้ให้นำดอกบัวไปถวาย และใส่บาตรพระประจำวันเกิดของตัวเอง

จุดที่ 2 : ศาลาจำลอง

ผ้าสามสีผูกเสาหลักเมือง

ในจุดนี้เป็นศาลาที่จำลองเสาหลักเมือง สามารถที่จะจุดธูป-เทียน และกล่าวคำอธิษฐานขอพร ได้จากตรงนี้ หลังจากขอพรแล้วให้นำธูปไปปักในกระถางที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ จากนั้นนำทองคำเปลวไปปิด ผูกผ้าแพร 3 สี โดยให้ผูกได้เพียงหลักใดหลักหนึ่งเท่านั้น

จุดที่ 3 : ศาลหลักเมือง

เสาหลักเมือง

จุดนี้จะไม่ให้จุดธูป-เทียน ให้เอาเฉพาะเอาพวงมาลัย และดอกไม้มาถวายได้ เราสามารถจะฟฟผมาขอพรที่จุดนี้ได้อีกจุดหนึ่ง แนะนำว่าให้ขอเรื่องเดียวกันกับจุดที่ผ่านมา โดยก่อนขอพรให้สวดคาถาบูชาศาลหลักเมือง ดังนี้

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ (3 ครั้ง)
ศรีโรเม เทพเทวานัง พระหลักเมือง
เทวานัง พระภูมิ เทวานัง ทีปธูปจะบุปผัง
สักการะนัง เตปิตุมเห
อานุรักขันตุอาโรคะเยนะสุ เขนะจะฯ

จุดที่ 4 : ศาลเทพารักษ์

เทพารักษ์5องค์

มาถึงจุดที่ 4 ตรงจุดนี้จะเป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพารักษ์ประจำเมืองทั้ง 5 องค์ สามารถที่จะมากราบไหว้ขอพรกับท่านได้ ซึ่งเทพารักษ์ทั้ง 5 จะมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • พระเสื้อเมือง : มีหน้าที่ในการป้องกันภัยจากทางบก และทางน้ำ ควบคุมให้กำลังพลของบ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากภัย ปราศจากศรัตรู
  • พระทรงเมือง : มีหน้าที่ในการดูแลทุกข์สุขของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งจะมี ปู่เจ้าเขาเขียว และ ปู่เจ้าสมิงพราย เป็นบริวารอีกที
  • พระกาฬไชยศรี : มีหน้าที่ในการป้องกัน สอดส่องไม่ให้คนใดทำความชั่ว ต่อบ้านเมือง อีกทั้งยังคอยดูแลในยามวิกาลไม่ให้พวกอันธพาลเข้ามาทำลายบ้านเมือง ซึ่งท่านยังเป็นบริวารของ พญายมราชอีกด้วย
  • เจ้าพ่อหอกลอง : ทำหน้าที่ในการดูแลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นแก่บ้านเมือง เช่น อัคคีภัย ทั้งนี้โบราณจะใช้กลองเป็นสัญญาณในการเตือนภัย
  • เจ้าพ่อเจตคุปต์ : มีหน้าที่ในการจดความดี ความชั่ว ของมนุษย์เพื่อไปรายงานแก่พญายมราช ซึ่งท่านก็เป็นบริวารของพญายมเช่นเดียวกัน

จุดที่ 5 : เติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิด

พระพุทธรูปประจำวันเกิด

ที่จุดนี้เป็นจุดสุดท้ายแล้วของการมากราบขอพรจากศาลหลักเมือง ตามความเชื่อว่าแสงของตะเกียงเปรียบได้เหมือนกับแสงที่จะช่วยส่องทางเดินให้กับชีวิต ดังนั้นเมื่อมากราบไหว้ของพรไม่ว่าจะเป็น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ใดก็ตามนิยมที่จะต้องเติมน้ำมันตะเกียง ที่นี่ก็เช่นกันมีจุดให้เติมน้ำมันตะเกียงพระประจำวันเกิดเพื่อที่จะช่วยเป็นการสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าเรื่องทุกข์โศกโรคภัยให้ออกไปจากตัวเรา

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หมายถึง

ความเชื่อที่มีแต่โบราณว่า สิ่งหรือ จิตวิญญาณที่เป็นสิ่งดี มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ที่จะสามารถดลบันดาลสิ่งที่ปรารถนาได้ประสบความสำเร็จ

ทำไมต้องไหว้ศาลหลักเมือง

ตามความเชื่อ เสาหลักเมือง เป็นที่ประดิษฐานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นที่รวมใจของของผู้คนในเมือง เสริมความเป็นสิริมงคล ซึ่งจะช่วยส่งผลดีให้กับชีวิตหลายอย่าง เช่นความมั่นคงในหน้าที่การงาน ความมั่นคงในชีวิต ความเป็นสิริมงคล เป็นต้น

เดินทางไปศาลเมือง

สามารถเดินทางได้สะด้วยด้วยการนั่งรถไฟฟ้า MRT ขึ้นที่สถานีสนามไชย เดินไปทางออก 5 จากนั้น ไปขึ้นรถเมล์สาย 60 ลงสนามหลวง แล้วเดินย้อนกลับมาศาลหลักเมือง

สรุป

ในช่วงนี้อาจจะยังเดินทางกันไปไหนกันไม่สะดวกเท่าที่ควร หากต้องการที่จะหาที่พึ่งทางใจ และได้ออกจากบ้านมาผ่อนคลายกันบ้าง แนะนำไปไหว้ขอพรกันที่ศาลหลักเมืองอันเก่าแก่และมีความศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่บ้านเมืองเรามาหลายร้อยปี เสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง

นอกจากไหว้ขอพรกันแล้วที่ศาลหลักเมือง ยังมีเซียมซีให้กับนักเสี่ยงโชคทุกท่านที่ต้องการเลขเด็ด เลขมงคลไปเสี่ยงดวง พร้อมกับคำทำนายด้วย แล้วสามารถที่จะไปสี่ยงเซียมซีกันได้ที่ตรงจุดอาคารศาลหลักเมือง โดยที่มีจะมีเซียมซีทั้งหมดเพียงแค่ 28 ใบเท่านั้น ไม่แน่ว่าท่านอาจจะได้แนวทางเลขเด็ดจากเซียมซีที่ศาลหลักเมืองพารับทรัพย์ก็ได้นะ

บทความที่น่าสนใจ

ขอบคุณรูปจาก ทรูไอดี