การสวดมนต์ เป็นขั้นตอนหนึ่งในการทำสมาธิ เจริญสติ และปัญญา ของศาสนิกชนในศาสนาพุทธ อีกทั้งยังเป็นการรำลึกถึงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นองค์ศาสนาของศาสนา เพราะการสวดมนต์เท่ากับได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ด้วยการปฏิบัติบูชา

การสวดมนต์ เป็นการกิจกรรมที่ดีที่พุทธศาสนิกชนที่ควรปฏิบัติเป็นประจำ เพราะนอกจากจะช่วยเกิดสมาธิ สติ และปัญญาแล้ว อานิสงค์ของการสวดมนต์ก็มีมากมายนานัปการ ทั้งทางด้านร่างกาย ที่ทำให้อารมณ์ผ่องใส ไม่โกรธง่าย ขณะที่ด้านจิตใจช่วยให้เกิดความสุขแท้จริงทำให้ร่างกายสมดุล มีความคิดที่มีเหตุและผล แถมขจัดความขี้เกียจ สร้างวินัยในตัวเอง และสร้างความเข้มแข็งให้จิตใจได้ด้วย

นั่งสมาธิ

การสวดมนต์นอกจากจะเกิดประโยชน์เสริมสร้างมงคลชีวิตให้กับต่อตัวเองแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างสิริมงคลให้กับครอบครัวได้ด้วย เพราะการสวดมนต์เปรียบเหมือนการได้รับการอวยพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสมอ หลังได้สร้างกรรมดีจากการสวดมนต์และแผ่เมตตา

การสวดมนต์ ไม่มีถูก ไม่มีผิด การสวดแต่ละครั้งจึงไม่ต้องคำนึงว่า ต้องสวดทุกบท  เนื่องจากคนบางคนอาจจะมีเวลาจำกัด ก็อาจเลือกสวดเพียงบางบทก็เพียงพอแล้ว ซึ่งบทสวดที่พุทธศาสนิกชน นิยมสวดกันได้แก่ บทสวดสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และ พาหุงมหากา นอกจากนี้ยังรวมไปถึง คาถาชินบัญชร ซึ่งเป็นบทสวดมนต์บทหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยนิยมสวดมากที่สุด

คาถาชินบัญชร ความหมายและที่มา

สันนิษฐานว่าพระเถระชาวล้านนาเป็นผู้แต่งขึ้น และเป็นพระคาถาสำคัญในพิธีกรรมตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ดังปรากฏหลักฐานในพระราชพิธีจักรพรรดิราชาธิราช ต่อมาได้ปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้นโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม สมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ (สมัยรัชกาลที่ 4) 

หลวงปู่ทวด

คาถาชินบัญชร เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ หากมีการสวดหรือภาวนาเป็นประจำ จะช่วยให้เกิดสิริมงคงแก่ชีวิต มีเมตตามหานิยม มีโชคลาภ และช่วยส่งเสริมพลักดันให้ประสบผลสำเร็จแก่สิ่งที่ตั้งหมั่นปรารถนา ซึ่งคำว่า ‘ชิน’ แปลว่า พระพุทธเจ้า ส่วนคำว่า ‘บัญชร’ แปลว่ากรง กรง หรือเกราะปป้องกัน เมื่อรวมกันแล้วให้ความหมายว่า เกราะป้องกันภัยของพระพุทธเจ้า

คาถาชินบัญชร มีเนื้อหาคือการอัญเชิญพระกุทธเจ้าลงมาสถิตในทุกส่วนของร่างกาย รวมกันเป็นกำแพงแก้วป้องกันทั่วร่างกายของผู้สวด เพื่อให้ป้องกันอันตรายทั้งปวง และเสริมให้ผู้สวดมีพลังที่เกิดจากพุทธคุณอันยิ่งใหญ่

บทสวดชินบัญชร

คาถาชินบัญชรมีด้วยกัน 15 บท โดยเริ่มจาก ตั้งนะโม 3 จบ แล้วระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และตั้งคำอธิษฐานแล้วเริ่มสวด

เริ่มสวด นะโม 3 จบ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นึกถึงหลวงปู่โตแล้วตั้งอธิษฐาน

ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละเภธะนัง
อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา
อิติปิโสภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มรณังสุขัง อะระหังสุคะโต นะโมพุทธายะ

เริ่มบทพระคาถาชินบัญชร

ชะยาสะนากะตา พุทธา       เชตวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง         เย ปิวิงสุ นะราสะภา.

ตัณหังกะราทะโย พุทธา      อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง       มัตถะเกเต มุนิสสะรา.

สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง        พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง      อุเร สัพพะคุณากะโร.

หะทะเย เม อะนุรุทโธ        สารีปุตโต จะทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง    โมคคัลลาโน จะ วามะเก.

ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง       อาสุง อานันทะ ราหุโล
กัสสะโป จะ มะหานาโม      อุภาสุง วามะโสตะเก.

เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง        สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน          โสภิโต มุนิปุงคะโว

กุมาระกัสสโป เถโร           มะเหสี จิตตะ วาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง       ปะติฏฐาสิคุณากะโร.

ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ          อุปาลี นันทะ สีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา        นะลาเต ติละกา มะมะ.

เสสาสีติ มะหาเถรา            วิชิตา ชินะสาวะกา
เอเตสีติ มะหาเถรา            ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ           อังคะมังเคสุ สัณฐิตา.

ระตะนัง ปุระโต อาสิ            ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ         วาเม อังคุลิมาละกัง

ขันธะโมระปะริตตัญจะ         อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ           เสสา ปาการะสัณฐิตา

ชินา นานาวะระสังยุตตา         สัตตัปปาการะ ลังกะตา
วาตะปิตตาทะสัญชาตา          พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา.

อะเสสา วินะยัง ยันตุ            อะนันตะชินะ เตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ          สะทา สัมพุทธะปัญชะเร.

ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ           วิหะรันตัง มะฮี ตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ        เต มะหาปุริสาสะภา.

อิจเจวะมันโต            สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ           ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ          ชิตาริสังโฆ
สังฆานุภาเวนะ          ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต   จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ.

คำแปล คาถาชินบัญชร

หลังจากสวดคาถาชินบัญชรในภาษาบาลีจบแล้ว หากอยากให้เกิดอานุภาพแห่งศรัทธรรมควรแปลความหมายของคาถานี้ด้วย โดยคำแปลของคาถาชินบัญชร มีดังนี้

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลาย ผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์
ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ
อริยะสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

มี ๒๘ พระองค์คือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกรเป็นต้น พระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะ
พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง
พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจพระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา
พระโมคคัลลาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณทัญญะอยู่เบื้องหลัง

พระอานนท์กับพระราหุลอยู่หูขวา
พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

มุนีผู้ประเสริฐคือพระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสง
อยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

พระเถระกุมาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ
มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ

พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี
พระเถระทั้ง ๕ นี้ จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก

ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือผู้มีชัยและเป็นพระโอรส
เป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วน
รุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้าพระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา
พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง

พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร
เป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

อนึ่งพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้
ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิด มีศีลาทิคุณอันมั่นคง
สัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ
เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อม
แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน
อันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น
เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น
จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้น ท่ามกลางพระชินบัญชร
ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม
จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า
ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพ
แห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติ และรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ

บทสวดคาถาชินบัญชร

ขั้นตอนเตรียมตัว ก่อนสวดคาถาชินบัญชร

การสวดคาถาชินบัญชร หากเพิ่งเริ่มต้นสวด ให้เริ่มในวันพฤหัสบดี เพราะถือว่าเป็นวันครู จากนั้นให้เตรียมดอกไม้ 3 สี หรือดอกบัว 9 ดอก หรือดอกมะลิ 1 กำ จุดธูป 3, 5, ถึง 9 ดอก เทียน 2 เล่ม ซึ่งการสวดคาถาชินบัญชรนี้ควรทำหลังจาก จุดธูปบูชาพระรัตนตรัย ตั้งนะโม 3 จบ ต่อด้วยบทสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ และพาหุงมหากา

สรุป

กานสวดมนต์ ถือเป็นการบูชาเพื่อรำลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัย อันได้แก่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อีกทั้งยังเป็นอุบายในการเจริญสติอย่างหนึ่ง ที่เรียก พุทธานุสติ ธรรมานุสติ และสังฆานุสติ

การสวดมนต์ทุกครั้ง จึงเริ่มด้วยคำบูชาพระบรมศาสดาว่า “นโม ตสฺสะ ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส” แปลโดยรวมว่า “ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

การสวดมนต์นอกจากบทสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณที่เป็นที่นิยมแล้ว คาถาชินบัญชร ถือเป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์ เพราะตกทอดมาจากลังกา ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอจะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่าง ๆ ได้