พญาครุฑ
พญาครุฑกับพระนาราย

พญาครุฑ คืออะไร


พญาครุฑ คือ เทพผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ มากล้นไปด้วยบุญบารมี และมีทรัพย์สินบริวารมากมาย ช่วยส่งเสริมให้มีความเจริญก้าวหน้า มีอำนาจบารมี และความมั่นคง ตามตำนานของไทยโบราณเชื่อกันว่าครุฑเป็นพญาแห่งนกทั้งปวง เป็นพาหนะของพระนารายณ์ อาศัยอยู่ที่วิมานฉิมพลี มีรูปร่างครึ่งคนครึ่งนก ได้รับพรให้ไม่มีวันตาย ไม่มีอาวุธไหนจะทำลายได้

ตามตำนานของทางพราหมณ์-ฮินดู กล่าวไว้ว่าครุฑเป็นพี่น้องกับนาคมีบิดาเดียวกันคือมหาฤๅษีกัสยปะเทพบิดร แต่คนละแม่ พญาครุฑมีมารดาชื่อวินตาเป็นภรรยาหลวง และนางกัทรุเป็นภรรยารอง นางทั้งสองนี้ไม่ถูกกันจะหาเรื่องกันตลอด ทั้งสองไขอพรจากพระกัศยป นางกัทรุขอพรว่าให้ตนมีลูเป็นจำนวนมากต่อมานางได้ให้กำเนิดนาคหนึ่งพันตัว ส่วนนางวินตาขอบุตรเพียงสองคนแต่ขอให้ลูกมีอำนาจวาสนา ด้วยทั้งสองไม่ถูกกันกาลต่อมาจึงส่งผลความผิดใจมาถึงรุ่นลูกด้วย

ครุฑเป็นสัตว์ที่กึ่งโอปปาติกะ คือกึ่งกายทิพย์คล้ายพวกชาวลับแลบังบด อยู่อีกมิติหนึ่ง ผู้ที่มีบุญสัมพันธ์เท่านั้นจึงจะสามารถสื่อรับรู้ถึงกันได้ ไม่ต่างจากผู้ที่สามารถติดต่อกับพญานาคได้ ครุฑมีวิมานทิพย์อยู่ที่เขาไกรลาส อาศัยเกาะตาต้นงิ้ว ใช้ผลงิ้วและน้ำดอกไม้จากต้นงิ้วเป็นอาหารทิพย์ การนับอายุการเจริญวัยของครุฑนั้นจะนับจากข้างขึ้นข้างแรมตามจันทรคติเจริญเติบโตด้วยบุญกุศลที่เคยทำมาแต่ก่อนเก่า หากตนไหนทำบุญมามากมีบุญญาธิการมาก อำนาจบุญจะส่งผลให้เกิดผลงิ้วทิพย์และน้ำหวานจากดอกไม้มาบำรุงทำให้ลูกครุฑตนนั้นเจริญวัยได้อย่างรวดเร็ว

พญาครุฑสู้กับพญานาค
ครุฑกับนาค

ทำไมครุฑถึงเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ บารมี
ตามตำนานที่กล่าวกันมาของทางฮินดู ตั้งแต่แรกเกิดมานั้นพญาครุฑมีรัศมีที่สว่างไสวกว่าแสงอาทิตย์เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ซึ่สื่อให้รู้ว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการ มีอนุภาคเป็นอนันต์ เนื่องจากในมีเรื่องกล่าวกันมาว่า พญาครุฑเคยได้ประลองฤทธิ์กับพระนารายณ์ พญาครูพต่อสู้ด้วยคสามสามารถ รบเท่าใดก็ไม่รู้แพ้รู้ชนะกันได้ ที่สุดพระนารายณ์กับพญาครุฑตกลงว่าขอให้เสมอกัน พระนารายณ์อนุญาตให้ครุฑสามารถอยู่เหนือเศียรของตนได้ พญาครุฑก็แสดงความนอบน้อมให้พระนารายณ์สามารถใช้ตนเป็นพาหนะ ทำเรื่องเรื่องนี้เป็นที่เลื่องลือไปสามโลกธาตุ

อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นที่กล่าวขานอีกว่า พญาครุฑยังเคยได้ประลองฤทธิ์กับพระอินทร์ โดยที่พระอินทร์ได้ใช้วัชระฟาดเข้าที่พญาครุฑ แต่พญาครุฑหาได้เป็นอะไรไม่ พระอินทร์พยายามอยู่หลายทางก็หาได้ทำอะไรพญาครุฑได้ ในที่สุดพระอินทร์ได้ให้ความเคารพในอานุภาพของพญาครุฑ ว่ามีฤทธิ์เทียบเท่าพระผู้เป็นเจ้า พญาครุฑได้สลัดขนออกมาหนึ่งเส้นเพื่อเป็นเกียรติให้พระอินทร์

และนอกจากนี้ครุฑยังนำมาเป็นเครื่องหมายทางราชการ เป็นตราของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน จึงทำให้เอกสารที่มีตราครุฑประทับอยู่นั้นเป็นเอกสารที่ศักดิ์สิทธิ์ หากผู้รับราชการทำหน้าที่โดยสุจริต จงรักภักดีต่อแผ่นดิน จะทำให้มีความสุขความเจริญรุ่งเรืองทั้งในหน้าที่และชีวิต ไม่มีวันอับจน

จะเห็นได้ว่าจากตำนานที่กล่าวมานั้น พญาครุฑมีอิทธิฤทธิ์อานุภาพมากแค่ไหน เป็นเทพเดรัจฉานที่มีฤทธิ์ไม่ธรรมดา นอกจากนั้นแล้วหากให้ความศรัทธาเคารพนับถือพญาครุฑให้ดีแล้วอำนาจขอวครุฑยังช่วยปกป้องคุณไสย์ ณ ที่ใดที่มีอาถรรพ์แรง พญาครุฑสามารถที่จะล้างอาถรรพ์เหล่านั้นได้

เหรียญบาทครุฑ
เหรียญครุฑ

พลังอำนาจของพญาครุฑ

ตามที่ได้เห็นจากตำนานแล้วว่าพญาครุฑมีฤทธิ์มากขนาดได้ถึงไม่มีผู้ใดสารถสังหารได้ ทำให้มีอายุยืนเป็นอมตะ ในเรื่องนี้เป้นที่ลี้ลับที่ต่างก็พยายามค้นคว้าหากันอยู่ถึงพลังอำนาจนั้น และก็ได้มีการทำวัตถุมงคลต่าง ๆ ขึ้นมา มาดูกันว่าพลังอำนาจของพญาครุฑสามารถที่จะแยกหลัก ๆ ได้ถึง 8 อย่าง คือ

  • 1.เป็นพลังมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ เป็นสิทธิอำนาจอันเฉียบขาด
  • 2.สามารถลบล้างอาถรรพ์และคุณไสย์ทั้งปวง ภูตผีปีศาจกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้
  • 3.เป็นสื่อนำความเจริญรุ่งเรือง ยศถาบรรดาศักดิ์มาสู่ชีวิตหน้าที่การงาน
  • 4.ปกป้องคุ้มครอง ป้องกันภัยเป็นคงกระพัน
  • 5.เป็นที่เมตตามหานิยม
  • 6.นำความร่มเย็นเป็นสุขมาให้
  • 7.ทำมาค้าขายดีเป็นสื่อนำโชคลาภนานาประการ
  • 8.สัตว์ร้าย เขี้ยวงาสารพัด งูอสรพิษไม่กล้ากล้ำกรายเข้าใกล้ เพราะเกรงตบะบารมีขององค์พญาครุฑเป็นที่สุด

หากได้ศึกษาค้นคว้าแล้ว พลังอำนาจของพญาครุฑยังมีอีกมากกว่านี้ แล้วแต่ละท่านว่าจะรู้จักใช้อย่างไร

วิธีสักการะองค์พญาครุฑอย่างถูกต้อง
หากเมื่อได้รับองค์พญาครุฑที่เป็นลักษณ์บูชามาใหม่ครั้งแรก ให้อัญเชิญเข้าตัวอาคารหรือเข้าบ้านเรือน ต้องอัญเชิญก่อนเที่ยง ขั้นตอนจะมีดังนี้
– จุดธูป 5 ดอก บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางหรือตี่จูเอี๊ย เพื่อเป็นการขออนุญาตนำองค์พญาครุฑเข้ามาประทับ ณ ยังสถานที่แห่งนี้
– จัดเครื่องบวงสรวงอันได้แก่ พวงมาลัย 1 พวง, ผลไม้ 1 หรือ 3 อย่าง, ถั่วหรืองา 1 ถ้วย, น้ำเปล่า 1 แก้ว
– จุดเทียน 1 คู่ จุดธูป 9 ดอก ตั้งจิตเป็นสมาธิ ให้มั่น
– กล่าว นะโม 3 จบ แล้วว่าคาถา ดังนี้

คะรุ กิติจะ กิติมันตัง มะ อะ อุ
โอมพญาครุฑ รุจ รุจ แล้วรวย
นะได้เงิน นะได้ทอง นะเจริญ
นะมั่นคง นะได้ทรัพย์ นะเมตตา
อิติปิโสภะคะวาพระพุทธเจ้าสั่งมา
พญาครุฑล้างอาถรรพ์
อิติคงเนื้อ อิติคงหนัง
พญาครุฑยันติ อภิปูยาจามิ
พญาครุฑจะผุด มนุษย์จะเกิด
พุทธังแคล้วคลาด
ธัมมังแคล้วคลาด
สังฆังแคล้วคลาด
องค์พระพุทธเจ้าย่างบาท
นะปัจจะโยโหนตุ

พญาครุฑ

ส่วนในการบูชาครั้งต่อไปในแต่ละวัน หรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ ท่านสามารถจัดถวายได้ตามความเหมาะสมซึ่งอาจจะเป็นเพียงผลไม้ 1 อย่าง หรือ 1 ลูก หรือจะเป็นขนมนมเนยแบบเดียวกับบูชาพระพิฆเณศได้ไม่มีปัญหา แต่ขอให้ทำการเปลี่ยนน้ำถวายทุก ๆ วัน หมั่นรักษาศีล 5 ทำบุญสังฆทานอย่างน้อยเดือนละครั้ง ภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่สำคัญต้องกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เพราะองค์พญาครุฑเป็นเทพที่มีความกตัญญูสูงที่สุด

รวมบทสวดบูชาพญาครุฑ
ก่อนที่จะสวดบูชาองค์พญาครุฑบทไหนนั้น ให้กล่าว นะโม 3 จบ ก่อนทุกครั้ง

พระคาถาหัวใจพญาครุฑของหลวงพ่อมหาโพทธิ์ วัดคลองมอญ จ.ชัยนาท
จะ อะ ภะ คะ กะ ยะ พะ ตัง
วะโมทุ ทันตานัง พญาจิตรสุบรรณ
คะรุทานัง นะระปูชิโต
โสระโร ปัจจะจายะ
ทิมหิ มหาลาภัง ภะวันตุเมฯ

——————————————————
บทสวดของหลวงพ่อผาด
โอม วิษณุยะ เทวะตา อิทธิโย อัญชะลียายะคุณังพิธีปูชิตตะวา
อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ปักการา ปักการะกาเรติ
สัมผัสโส สัมผัสสะ กายะยานัง เทวะ มะนุสสานัง
อัญชะลียายะ นมัสศิกา ปูชิตตะวา อิสวาสุ

——————————————————
คาถาบูชาพญาครุฑ หลวงพ่อวราห์ วัดโพธิทอง
คะรุปิจะ กิติมันตัง มะ อะ อุ
โอมพญาครุฑ รุจ รุจ แล้วรวย
นะ ได้เงิน นะ ได้ทอง นะ ได้ทรัพย์
นะ เมตตานะ ล้างอาถรรพ์
นะ เจริญ นะ มั่นคง อธิฐามิ

——————————————————
คาถาที่ใช้ฤทธิ์ขององค์พญาครุฑ ให้สวด ๓ จบ จะใช้ก็เมื่อถึงเวลาคับขัน
โอม คะรุทา โอม คะรุทา โอม คะรุทา
“ครุฑโธ ครุฑธา ปฏิเสวามิ”

——————————————————

สรุป

ในการบูชาพญาครุฑนั้นต้องหมั่นรักษาศีล 5 ทำบุญสังฆทานอย่างน้อยเดือนละครั้ง ruay ภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่สำคัญต้องกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เพราะองค์พญาครุฑเป็นเทพที่มีความกตัญญูสูงที่สุด ในสิ่งเหล่านี้เป็นการปฏิบัติบูชาโดยตรงต่อองค์พญาครุฑที่สุดแล้ว เชื่อได้แน่ว่าองค์พญาครุฑย่อมปกปักษ์รักษาท่านที่บูชาอย่างแน่นอน ตรวจหวย