ปัจจุบันนี้หลาย ๆ วัดในไทยกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุด unseen ไปแล้ว ใครมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยือนสักการะก็ไม่พลาดที่ต้องเช็คอินเอามาอวดกันในโซเชียล โดยเฉพาะ วัดเรืองแสง หรือ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ที่จังหวัด อุบลราชธานี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัดที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด เพราะถือเป็นวัดที่มีไฮไลท์อยู่ที่ โบสถ์เรืองแสง ซึ่งไม่เคยปรากฏในวัดใดมาก่อนในไทย

วัดเรืองแสง หรือวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของอุบลฯ นอกจากจะมีโบสถ์เรืองแสง อย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว ยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามด้วย เนื่องจากตั้งอยู่บนเนินเขาสูง และทางวัดได้จำลองให้เหมือนวัดอยู่ในป่าหิมพานต์ จึงสวยงามน่าเข้าไปเยี่ยมชมอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขงที่ยาวคดเคี้ยว ไปจนถึงฝั่งลาวได้ด้วย

โบสถ์วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว

ไฮไลท์จะอยู่ที่ โบสถ์เรืองแสง ที่ผู้คนจำนวนมากเข้าชมความงาม ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดอยู่นี้อาจจะเดินทางกันลำบากสักหน่อย ตรวจหวย จะขอพาชมวัดเรืองแสงแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของเราก่อน เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นขอแนะนำให้ทุกท่านไปเยี่ยมชมที่วัดแห่งนี้ด้วยตนเอง ที่สำคัญอย่าลืมเก็บภาพความประทับมาฝากกันด้วยนะ

ประวัติวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง

แต่เดิมก่อนที่จะสร้างวัดภูพร้าว ที่ตรงนี้เป็นป่ารกร้างที่อุดมสมบูรณ์มาก่อน เนื่องจากเป็นเนินเขามีหน้าผาสูง และไม่มีแหล่งน้ำ จึงทำให้บริเวณนี้ไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ จนเมื่อราวปี พ.ศ.2497-2498 พระอาจารย์บุญมาก ฐิติปัญโญ ชาวเมืองจำปาสัก สปป.ลาว ได้เดินทางมาเผยแผ่พระธรรมที่ฝั่งไทย เห็นว่าที่ตรงนี้เหมาะที่จะบำเพ็ญจิต จึงได้มาปักกลดอยู่ตรงที่บริเวณแห่งนี้

ต่อมาทางการไทยมาสำรวจพื้นที่เพื่อจะสร้างเขื่อนสิรินธร พระอาจารย์จึงขอบิณฑบาตรพื้นที่ตรงนี้เพื่อเป็นวัด โดยใช้ชื่อว่า “วัดภูพร้าว” จากนั้นได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น เป็น “วัดสิรินธรวราราม” หลังจากที่พระอาจารย์บุญมากมรณะภาพลงใน ปี 2524 ที่วัดแห่งนี้ก็ขาดการบำรุงรักษา

กระทั่งปี 2542 พระครูกมลภาวนากร (พระอาจารย์สีทน กมโล) พร้อมกับลูกศิษย์ของท่านได้เข้ามาบูรณะปฏิสังขร ที่วัดสิรินธรวราราม และพัฒนาเรื่อย ๆ ปี 2547 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาชื่อว่า “วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว” จนมาถึงปัจจุบัน ที่วัดแห่งนี้ได้ถูกขึ้นชื่อเป็น 1 ใน 10 สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำของจังหวัดอุบลฯ

จุดไฮไลท์ ของ วัดเรืองแสง

เมื่อได้เดินทางขึ้นมาถึงบริเวณวัดแล้ว ก็คงจะตะลึงกับความงามของประติมากรรม สถาปัตยกรรมที่งดงาม อันจำลองในบริเวณวัดให้เหมือนเดินเข้าไปในป่าหิมพานต์ ที่มีความสวยงามและดูน่าตื่นตา ซึ่งนอกจากเหมือนป่าหิมพานต์แล้ว ไฮไลท์สำคัญของวัดเรืองแสง ที่อยากจะแนะนำไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง มีดังนี้

โบสถ์เรืองแสง

ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง

ใช่แล้วหากใครมาแล้วไม่เก็บภาพโบสถ์แห่งนี้ถือว่ามาไม่ถึง แถมเสียเที่ยวที่อุตส่าห์ดั้นด้นขึ้นเขามาขนาดนี้แล้ว แต่ไม่รอดูรอชม ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง ก็ถือว่าน่าเสียดายอย่างยิ่ง ซึ่งต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงนี้ จะอยู่ทางด้านหลังโบสถ์ โดยการที่จะเห็นได้จะต้องอยู่ในวัดกันถึงช่วงค่ำ ๆ เพราะฉะนั้นต้องกะเวลากันให้พอดี เพื่อจะได้ไม่พลาดชทความงามในจุดนี้

โดย ต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง เป็นผลงานของ คุณากร ปริญญาปุณโณ ที่ได้แรงบันดาลใจในการทำต้นไม้นี้ขึ้นมาจากต้นไม้แห่งชีวิตในภาพยนตร์เรื่อง Avatar และได้นำสารเรืองแสง หรือสารฟลูออเรสเซนต์ทารอบๆ ต้น โดยสารชนินนี้จะดูดเอาพลังงานจากแสงแดดตลอดทั้งวัน และในช่วงค่ำ ๆ มันจะคายพลังงานนี้ออกมาทำให้ต้นต้นกัลปพฤกษ์นี้เรืองแสง

ทั้งนี้นอกจากต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงแล้ว ตัวโบสถ์นี้ก็สวยงามไม่แพ้กัน มีต้นแบบมาจากวัดเชียงทอง ของประเทศลาว ซึ่งมีลวดลายที่ทำอย่างปราณีต เป็นพุทธศิลป์ ที่ดูวิจิตตระการตา ใจกลางของโบสถ์เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานที่มีฉากหลังเป็นต้นโพธิ์สีทองที่ทำออกมาคล้ายกับรัศมีขององค์พระประธานที่ดูกลมกลืน และสวยงามมาก

ประติมากรรม ป่าหิมพานต์

สัตว์ในป่าหิมพานต์

โดยรอบของบริเวณวัดนั้น ยังตกแต่งด้วยรูปปั้นของสัตว์ในตำนานของป่าหิมพานต์ ที่ทำออกมาได้อย่างงดงาม และกลมกลืนกับสถานที่อย่างมาก เชื่อได้ว่าหากคงได้ถ่ายภาพกันรัว ๆ กับประติมากรรมบริเวณรอบ ๆ วัด ทำให้จินตนาการได้ถึงความรู้สึกเหมือนเราเข้าไปในป่าหิมพานต์กันได้เลยทีเดียว

จุดชมวิวแม่น้ำโขง

พระอาทิตย์กำลังตก

ว่ากันว่าที่นี่คือจุดชมวิวดูพระอาทิตย์ตกดวงโต ๆ ที่สวยที่สุดอีกที่หนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำโขง เลยไปถึงทิวทัศน์ทางฝั่งประเทศลาว และด่านช่องเม็ก อีกทั้งจะเห็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่บริเวณเชิงเขาอีกด้วย

เอาเป็นว่าหากใครได้ไปจังหวัดอุบลราชธานี ห้ามพลาดเด็ดขาดกับการชมความงามของวัดเรืองแสงแห่งนี้ ที่สำคัญในอุบลราชธานี ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่น่าไป

โดยเฉพาะวัดต่าง ๆ หากได้ไป ไหว้พระวัดดังอุบล ว่ากันว่าจะทำให้เกิดโชคลาภ เพิ่มพลังเสริมดวงได้ด้วย ไหน ๆ ไปถึงอุบลฯ ทั้งทีก็ไปเที่ยวทำบุญชมความงามให้ครบทุกวัด สถานที่ทุกแห่งให้คุ้มกันไปเลย

การเดินทาง ไป วัดเรืองแสง

เมื่อเดินทางไปถึงจังหวัดอุบลฯ แล้ว ให้ใช้เส้นทางจากอำเภอสิรินธรที่จะไปช่องเม็ก โดยก่อนจะถึงช่องเม็กประมาณ 2 กิโลเมตรจะเจอที่กลับรถ ให้สังเกตทางด้านซ้ายมือจะเห็นป้ายของ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว ให้เลี้ยวซ้ายจะเป็นทางขึ้นเขาไปต่ออีกประมาณ 2 กิโลเมตรก็จะถึง

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว
พิกัด : https://goo.gl/maps/AYDaaohpXZisbeJV7
ที่อยู่ : ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี
โทร : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี 0-4524-3770
Facebook : https://web.facebook.com/watphuprao/?_rdc=1&_rdr

ป่าหิมพานต์คืออะไร

เป็นความเชื่อตามศาสนาพุทธและฮินดู ว่า ป่าหิมพานต์นั้นตั้งอยู่ที่เชิงเขาไกรราส เป็นป่าที่อยู่ระหว่างกลางระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์ ซึ่งในป่าแห่งนี้จะมีสัตวืแปลก ๆ มากมาย ที่รู้จักกันดีก็คือ มักกะลีผลที่เมื่อผบสุกแล้ว จะกลายเป็นหญิงสาวงาม เป็นต้น

ภูพร้าว คือ

ที่มาของภูพร้าวก็คือ แต่ก่อนที่เนินเขาแห่งนี้จะมีหินที่มีลักษณะคล้ายมะพร้าวอยู่เต็มไปหมด เมื่อทุบจะได้เม็ดหินใส ๆ มีความแวววาวคล้ายเพชร ชาวบ้านเชื่อว่าหินนี้เป็นหินศักดิ์สิทธิ์นำไปใช้รักษาโรคได้ เรียก มะพร้าวฤาษี ดังนั้นจึงเรียกเขาลูกนี้ว่า “ภูพร้าว”

ต้นกัลปพฤกษ์

เป็นต้นไม้พื้นเมืองของประเทศไทย เป็นไม้ยืนต้นมีดอกสวยงาม แต่โบราณเชื่อกันว่า ต้นกัลปพฤกษ์ เป็นไม้มงคล ที่ขึ้นอยู่บนสวรรค์ หากใครปรารถนาสิ่งใดก็ให้ไปคิดเอาที่ต้นไม้นี้ก็ได้ตามสิ่งนั้นตามที่หวัง

สรุป

ที่ วัดภูพร้าวเรืองแสง ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงนี้อยู่ในช่วงเวลา 18.00 – 19.30 น. ถ้าหากวันนั้นเป็นช่วงคืนเดือนมืดคุณโชคดี จะได้ชมความสวยงามของดวงดาวที่เต็มท้องฟ้าเหมือนไปท้องฟ้าจำลองเลยทีเดียว

ตรวจหวย ขอแนะนำอีกสักนิดหากต้องการภาพสวยของโบสถ์เรืองแสงให้ใช้กล้องถ่ายรูปจะดีกว่า เพราะจะได้ภาพสวยกว่ารูปที่ถ่ายจากโทรศัพท์มือถือซึ่งจะได้ภาพเรืองแสงที่ยากกว่า ถ้าหากมีโอกาสได้ไปถึงอุบลฯ แล้วอย่าลืมขึ้นเช็คอินชมความงามของที่วัดแห่งนี้กันด้วยนะ

บทความที่น่าสนใจ