หุ่นไหว้ขอพรเทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย
หุ่นไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย

หากจะกล่าวถึงเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ชาวจีนนิยมกราบไหว้มากที่สุดก็ต้องเป็น “เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย” เป็นเทพเจ้าองค์แรก ๆ ที่ชาวจีนนิยมเซ่นไหว้ ด้วยพลานุภาพดลบันดาลในการให้โชคลาภและความมั่งคั่งร่ำรวยให้แก่ผู้เซ่นไหว้ จึงถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือเทพเจ้าแห่งเงินตรา ตามความเชื่อสามารถจัดแบ่งได้ 3 ปาง ดังนี้

  1. ปางมหาเศรษฐี ชัมภล เป็นปางที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุด
  2. ปางบู๊ ทรงเครื่องนักรบโบราณมีเสือประทับอยู่ด้วย
  3. ปางบุ๋น ทรงเครื่องขุนนางจีน อาจจะมี คฑายู่อี่ และ ถือก้อนเงินจีนโบราณ

ในที่นี้จะกล่าวถึงปางที่เป็นที่รู้จักและนิยมของคนทั่วไปนั่นคือ ไฉ่ซิ่งเอี๊ยปางบู๊ คือ จ้าวกงหมิง กับ ไฉ่ซิ่งเอี๊ยปางบุ๋น คือ ปี่กาน ซึ่งจะมีรูปลักษณ์และพลานุภาพที่แตกต่างกันบ้างไม่มากเท่าไหร่

ไฉ่ซิงเอี๊ยบุ๋น (ปี่กาน)

ตามตำนานว่ากันว่า ปี่กาน เคยเป็นเทพอยู่บนสวรรค์ ได้จุติลงมาเกิดเป็นขุนนางตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีของ พระเจ้าอินโจ้ว (กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์อิน) ซึ่งทรงลุ่มหลงในสุรา นารีไม่ใส่ใจราชการ มีสนมเอกชื่อโซวถังกี้

ปี่กาน พยายามเตือนให้ องค์จักรพรรดิหันมาสนใจราชกิจแต่ไม่เป็นผล ปี่กานจึงวางแผนจับสุนัขจิ้งจอกมาถลกหนังมาทำเสื้อคลุม เหตุเพราะเชื่อว่าพระสนมเอกเป็นปีศาจจิ้งจอก เมื่อเห็นเสื้อคลุมจะต้องตกใจและหนีไป แต่เหตุการณ์ไม่เป็นตามนั้นพระสนมเอกไม่ตกใจแถมยังวางแผนเล่นงานปี่กานกลับอีกด้วย

รูปวาดเทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย
รูปวาดเทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย

อยู่ ๆ มาเย็นวันหนึ่ง ปี่กาน ได้ยินเสียงคนขายของอยู่หน้าบ้านว่า “ขายหัวใจ” ด้วยความแปลกใจจึงออกไปดู พบชายแก่คนหนึ่งอยู่ที่หน้าบ้านจึงถามไปว่า “ท่านขายหัวใจจริงหรือ?” ชายแก่ตอบว่า “ขายจริง ๆ นายท่านสนใจซื้อหรือไม่ ?”

ปี่กานแย้งกลับไปว่า “หัวใจเป็นของสำคัญของร่างกาย ถ้าเอาออกไปแล้วจะต้องตาย ท่านยังจะคิดขายอยู่หรือไม่” ชายแก่ตอบกลับว่า “หัวใจเป็นต้นเหตุของความรู้สึกผิดชอบชั่วดี หากหัวใจไม่มีความเป็นธรรมแล้ว ร่างกายส่วนอื่นย่อมทำแต่สิ่งไม่ดีตามไปด้วย

หากเอาหัวใจออกมาขาย ต่อไปเราก็จะไม่เลือกที่รักมักที่ชั่ง มีความยุติธรรม เป็นอย่างนี้มิใช่ประเสริฐกว่าหรือ”

ปี่กาน ยังยืนยันว่า “หากแต่หัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก มีเพียงหนึ่งเดียว เอามาขายแล้วท่านจะมีชีวิตได้อย่างไร” ชายแก่ตอบกลับว่า “ได้สิ เนื่องจากเรามียาวิเศษอยู่เม็ดหนึ่ง เมื่อกินเข้าไปแล้วแม้ไม่มีหัวใจก็มีชีวิตอยู่ได้ อวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายยังสามารถทำงานต่อไปได้เช่นเดิม”

ปี่กานว่า “งั้นขอให้ข้าพเจ้าชมยาวิเศษนั้นได้หรือไม่” ชายแก่จึงได้ส่งยาวิเศษนั้นให้ปี่กาน เขารับมา จากนั้นได้สูดดมแล้วรู้สึกหอมอย่างประหลาด พอเงยหน้าก็ไม่เห็นชายแก่นั้นแล้ว (ที่แท้ชายชราคือ เทพไท้กง เทพผู้มีหน้าที่แต่งตั้งเทพเจ้าแปลงกายลงมา เนื่องด้วยทราบจากญาณขณะนั่งบำเพ็ญตบะว่า ปี่กานกำลังมีภัยถึงชีวิต จึงลงมาเพื่อช่วยเหลือ)

 เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย ปางบุ๋น
“เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย ปางบุ๋น”

เช้ารุ่งขึ้น ปี่กาน ถูกเรียกเข้าวัง ปี่กาน รู้สึกแปลกใจจึงถามองครักษ์ ได้ความว่า พระสนมเอกป่วยเป็นโรคประหลาด หมอหลวงรักษาไม่หาย มีแต่หัวใจของ ปี่กาน เท่านั้นจึงรักษาได้

ด้วยความที่องค์จักรพรรดิ หลงในตัวพระสนมเอก จึงยอมเสียขุนนางอันต่ำต้อย จึงสั่งเรียกตัวเข้าเฝ้า เมื่อ ปี่กาน ได้ทราบเรื่องก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็นึกถึงยาวิเศษที่ได้รับจากชายชราจึงรีบกิน และตามองครักษ์ไปเข้าเฝ้าองค์พระจักรพรรดิ

พอมาถึง องค์จักรพรรดิอินโจ้วก็ตรัสขอหัวใจ ปี่กาน จึงทูลว่า “เมื่อพระองค์สั่งให้ขุนนางตาย ขุนนางผู้นั้นก็ต้องตาย แต่กระหม่อมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายพระองค์กำลังลุ่มหลงและตกอยู่ภายใต้อำนาจของนางปีศาจ

หลังจากที่พระองค์ประหารหม่อมฉันแล้วราชวงศ์ของพระองค์ที่เคยดำรงอยู่มาถึง 28 รัชกาล จะถึงกาลล่มสลายลง”

แต่องค์จักรพรรดิก็ยังไม่ใส่พระทัยคำเตือนนั้น สั่งให้ทหารควักหัวใจปี่กาน แต่ปี่กานห้ามไว้และกล่าวว่า “ขอแค่พวกท่านให้มีดสั้นกับเรา แล้วเราจะทำการเองโดยทั้งหมด”

ปี่กาน ใช้มีดสั้นแหวกอก แล้วควักหัวใจออกมาโยนทิ้งลงกับพื้น แล้วเดินออกจากพระราชวังไป กล่าวกันว่าตลอดการกระทำของปี่กานนั้นไม่มีเลือดออกเลย นับแต่นั้นมา ปี่กาน เที่ยวออกไปตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วโปรยเงินแจกจ่ายแก่คนทั่วไป

ตามตำนานว่าไว้เพราะปี่กานกินยาวิเศษของเจียงไท้กง จึงทำให้เป็นอมตะ และเพราะที่ ปี่กานไม่มีหัวใจ จึงทำให้เขาโปรยเงินทองแก่คนทั่วไป โดยไม่เลือกว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ความทราบถึงองค์เง็กเซียน จึงให้เทพเจียงไท้กง แต่งตั้งให้ ปี่กาน เป็น เทพแห่งโชคลาภหรือ ไฉ่ซิงเอี๊ยองค์บู๋น

 เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย เทพแห่งโชคลาภ
เทพแห่งโชคลาภหรือ ไฉ่ซิงเอี๊ย

ไฉ่ซิงเอี๊ย องค์บุ๋น มีลักษณะ

สวมชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของจีนโบราณ สวมหมวกมีปีกออกไปสองข้าง มือซ้ายถือก้อนทอง (หยวนเป่า) มือขวามักจะถือแผ่นผ้าจารึกอักษรมงคล หรือคำอวยพรที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชา

อานุภาพของ ไฉ่ซิงเอี๊ย ปางบุ๋น

ดลบันดาลหรือช่วยเหลือให้ผู้บูชามีโชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวย เป็นโชคลาภที่ไม่ใช่รายได้ประจำ (เงินเดือนหรือเงินค้าขายตามปกติ) ทำให้ผู้บูชาประสบความสำเร็จ ลูกค้าเชื่อถือ ผู้ควรบูชาเป็นพิเศษ นักการทูต นายหน้า คนค้าขาย ที่ต้องใช้วาจาหว่านล้อม เจรจาน่านับถือ

ไฉ่ซิงเอี๊ยบู๊ (จ้าวกงหมิง)

ตามตำนานว่ากันว่า จ้าวกงหมิง เป็นเซียนที่มีอิทฤทธิ์มากมาย แต่ไม่รู้ด้วยเหตุอันใดที่ทำให้เขากลับมาอาการเพี้ยน กลายเป็นนักพรตกังฉิน ที่เก่งและอำมหิต เขามีบริวารเป็นเสือดำที่ดุร้าย แถมยังมีของวิเศษอีกมากมาย ทำให้เทพเจียงไท้กงมิสามารถต่อกรได้

วันหนึ่งจ้าวกงหมิง ได้จับตัวเทพเจียงไท้ก แล้วบังคับให้เจียงไท้กงแต่งตั้งเขาเป็น “เทพแห่งโชคลาภ” ไม่เช่นนั้นเขาจะฆ่าเจียงไท้กงเสีย เจียงไท้กงจึงออกอุบายว่าหากจ้าวกงหมิงจะเป็นเทพแห่งโชคลาภได้อย่างไร ในเมื่อ ปี่กาน ยังดำรงตำแหน่งนี้อยู่

 เทพไฉ่ซิงเอี๊ยบู๊ จ้าวกงหมิง
ไฉ่ซิงเอี๊ยบู๊ จ้าวกงหมิง

แต่มีอยู่ทางหนึ่งที่จ้าวกงหมิง จะได้เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภได้นั้นเขาต้องไปควัก “หัวใจ” ของปี่กานมา เขาถึงจะได้ดำรงตำแหน่งนี้แทน เมื่อได้ยินเช่นนั้นจ้าวกงหมิงจึงปล่อยเจียงไท้กงไป แล้วให้เสือดำบริวารไปฆ่าปี่กาน

แต่เขาไม่รู้ว่าปี่กานไม่มีหัวใจ แต่ถึงแม้ว่าเสือดำจะไม่ได้หัวใจของปี่กาน แต่กรงเล็บที่ตะกุยลงไปที่อกของปีกานทำให้อวัยวะภายในของปี่กานสับสน ส่งผลให้ปี่กานกลายเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ไม่ค่อยเที่ยงธรรมนัก

มักจะโปรยเงินทองอย่างลำเอียง เจอใครก่อนก็ให้คนนั้นก่อน และมักจะให้เยอะๆ คนที่ร่ำรวยอยู่แล้วก็ร่ำรวยขึ้นไปอีก สำหรับคนที่จนไม่สามารถที่จะหาเครื่องเซ่นไหว้ดี ๆ จึงทำให้ยังคงยากจนต่อไป

แต่ด้วยที่เทพเจียงไท้กง ได้ตกปากรับคำไว้กับจ้างกงหมิง จึงได้ประทานของวิเศษให้ 4 ชิ้น คือ เจียป้อ หนับเตียว เจียไช้ และหลี่ฉี้ ทั้งหมดนี้เป็นของวิเศษใช้เรียกเงินเรียกทองให้ไหลมาเทมา การค้าราบรื่น ดังนั้นจึงทำให้ชาวจีนนิยมกราบไหว้ จ้าวกงหมิง เป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภอีกองค์หนึ่ง

 ไฉ่ซิงเอี๊ย องค์บู๊
ไฉ่ซิงเอี๊ย องค์บู๊

ลักษณะของไฉ่ซิงเอี๊ยองค์บู๊

สวมชุดนักรบ ไว้หนวดเครารุงรัง มือถือแส้สีดำ มีเสือเป็นพาหนะ บางครั้งมีรูปทองแท่ง เงินหยวนเป่า และเพชรนิลจินดาของมีค่ามากมาย

อานุภาพของปางบู๊

ดลบันดาลเรื่องโชคลาภเงินทอง การค้าราบรื่น ช่วยในเรื่องของหนี้สิน คนที่เป็นเจ้าหนี้จะตามหนี้ได้ง่าย ลูกหนี้ไม่กล้าโกงหรือหนีหนี้ รวมถึงเจ้าของกิจการสามารถดูแล ควบคุมบริวาร ตลอดจนลูกจ้างให้อยู่ในระเบียบวินัย ขยันทำงาน

วิธีการสักการะ ไฉ่ซิงเอี๊ย

ชาวจีนจะเซ่นไหว้ในวันขึ้นปีใหม่ของทุกปี (ตรุษจีน) โดยส่วนใหญ่ช่วงเวลาไหว้จะอยู่ที่วันสิ้นปีเวลา 23.00 – 01.00 ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นก้าวสู่วันใหม่ ในเวลาและทิศทางที่ตั้งโต๊ะจะแตกต่างกันไปทุกปี ตามแต่จะจะได้จากโหราศาสตร์จีน นอกจากนี้ยังนิยมไหว้อีกสองวันคือ วันขึ้นสองค่ำเดือนอ้าย และวันที่22 เดือน7 ตามปฏิทินจีนของทุกปี

เครื่องสักการะบูชาเทพเจ้า ไฉ่ซิงเอี๊ย

  • รูปภาพหรือรูปองค์ปั้นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ
  • เทียนแดง 1 คู่
  • กระถางธูป
  • ธูป 5 ดอก
  • หลักฮะจี้ 3 ก้อน
  • กิมงิ่งเต้า 1 คู่
  • เทียงเถ่าจี้ 1 ชุด
  • ผลไม้ 5 อย่าง
  • สาคูแดงต้มสุก 5 ถ้วย
  • น้ำชา 5 ถ้วย
  • เจไฉ่ 5 อย่าง (เห็ดหอม, เห็ดหูหนู, ดอกไม้จีน, วุ้นเส้น, ฟองเต้าหู้)
  • เทียบเชิญสีแดง 1 แผ่น (อั่งเถียบ)

ในการจัดโต๊ะประกอบพิธี เมื่อจัดวางของทุกอย่างเรียบร้อย หันหน้าโต๊ะตามทิศที่กำหนดแต่ละปี ควรจัดให้เสร็จก่อนเวลาท่านเสด็จเล็กน้อย ให้ใช้กระดาษสีแดงเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิดของทุกคนในบ้าน จากนั้นจุดธูปเทียนบูชากล่าวอัญเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ด้วยความอ่อนน้อม ให้มารับเครื่องเซ่นไหว้ที่จัดเตรียมไว้ โดยกล่าวดังนี้

คำกล่าวบูชากล่าว อัญเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย

“วันนี้ข้าพเจ้า ชื่อ……………..นามสกุล…………………..(บอกกล่าว วันเดือนปีเกิดและเวลาเกิดของตัวท่านเอง) อาศัยอย่บ้านเลขที่……………….(สถานที่อยู่อาศัยหรือร้านค้า)

ขออัญเชิญเทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่ซิ้ง) เทพเจ้าอุปถัมภ์ (กุ้ยซิ้ง) และเทพเจ้าแห่งความปิติยินดี (ฮี่ซิ้ง) โปรดเสด็จมารับเครื่องเซ่นบูชาทั้งหลายเหล่านี้

เมื่อรับแล้วโปรดประทานพรให้ข้าพเจ้าและครอบครัวประสบแต่สรรพสิริมงคล อุดมโชคลาภ ขอโปรดอภิบาลรักษาให้ปราศจาคอันตรายทั้งปวง และสิ่งอัปมงคลทั้งหลายจงอย่าได้แผ้วพาน

ขอจงประสบแต่ความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูลผล มีความก้าวหน้า สมปรารถนาด้วยมงคลทั้งปวง มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์และมีความสุขตลอดไปเทอญ”

เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ยให้โชคลาภ
เทพเจ้าให้โชคลาภ

จากนั้นจึงปักธูปลงกระถาง รอจนกว่าธูปจะหมด หรือบางแห่งให้ธูปเหลือติดก้านเล็กน้อยนำกลับเข้าไปในบ้านเพื่อให้ควันธูปอยู่ในบ้าน เสมือนกับเชิญเทพเจ้าเข้าบ้านเป็นสิริมงคล จากนั้นนำของที่ไหว้ที่เป็นกระดาษไปเผาไฟ

สรุป

บทความนี้ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยตามตำนานความเชื่อ รวมถึงวิธีการสักการะบูชา เครื่องสักการะ คำกล่าวบูชาขอพร ในการทำพิธีทุกครั้งหากทำด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นแล้ว ประกอบกับตั้งอยู่ในความดีทั้งปวง จะทำให้เป็นผลช่วยส่งเสริมให้ประสบความสำเร็จดังที่ตั้งหวังอย่างแน่นอนจาก ruay

บทความแนะนำ